วิเคราะห์ประเด็นร้อน

“ก้าวใหม่ของอนาคตใหม่”  55 สส.สู่อ้อมกอด "ก้าวไกล"

7 มีนาคม 2020 เวลา 13:10
“ก้าวใหม่ของอนาคตใหม่”   55 สส.สู่อ้อมกอด "ก้าวไกล"
เปิดอ่าน 735

ก้าวใหม่ของกลุ่มส.ส.อนาคตใหม่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 มี.ค.ตั้งแต่ส.ส.ที่เหลือกันทั้งหมด 55 คนสมัครเป็นสมาชิกพรรค

ภาพแห่งความชื่นมื่นระหว่างงานเลี้ยงของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันก่อน แฝงไปด้วยนัยทางการเมืองอย่างยิ่ง

ด้านหนึ่งต้องไม่ลืมก่อนหน้านี้แกนนำระดับ 'ปิยบุตร แสงกนกกุล' อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เพิ่งออกมาเปิดเผยเบื้องหลังถึงสาเหตุที่ส.ส.ของพรรคไม่ได้สิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงท้ายของการประชุมสภา ถึงขั้นใช้คำว่า "มวยล้ม" กล่าวหาพรรคเพื่อไทย

ท่าทีของปิยบุตรในครั้งนั้นสร้างความเดือดดาลให้กับแกนนำของพรรคเพื่อไทยไม่แพ้กัน เพราะสวนกลับด้วยการบอกว่ามีแกนนำของพรรคอนาคตใหม่แอบไปคุยกับกองทัพมาไม่ต่างกัน

สถานการณ์ความร้าวฉานของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ตอนแรกเหมือนกับจะหาจุดทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่สุดท้าย 'สมพงษ์ อมรวิวัฒน์' หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องลงมาเป็นกาวใจด้วยตัวเอง เพราะมองว่าการเมืองในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจอยู่ไม่ครบอายุของสภา ซึ่งนั่นหมายความว่าหากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสตั้งรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่ย่อมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหมายเลขหนึ่ง ดังนั้น การสยบรอยร้าวนับตั้งแต่นี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 




จากคนหนุ่มที่ใจร้อน ปรากฎว่า 'ธนาธร-ปิยบุตร' เริ่มมองการเมืองแบบไทยๆด้วยความเข้าใจมากขึ้นและคิดว่าต้องใช้ความอึดและความอดทนเข้าสู้ จึงไม่แปลกที่เมื่อครั้งที่ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ไปประชุมกันที่นครนายก จะมีความเห็นร่วมกันกลุ่มอนาคตใหม่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของนักศึกษาที่ชุมนุมอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเน้นการวัดกำลังกันในสภาเป็นสำคัญ

“ถึงแม้จะเข้าสภาเพียง 5 นาที ก็ตาม แต่ก็รู้สึกถึงความผูกพัน กับทุกท่าน เป็นเกียรติของตนที่ได้ร่วมงานกับทุกคน ได้สัมผัสการเมืองที่เป็นจริง และหวังว่า หลังจากนี้จะไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตนและทุกท่านจะวิวัฒนาการไปเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น ยืนยันว่า จะไม่ท้อถอย และจะไม่เลิกเดินเส้นทางนี้ พวกเราจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความยุติธรรม การเดินทางของพวกเรายังเดินต่อไป ดังนั้นในอนาคตยังต้องสัมพันธ์กับทุกท่านอีก จึงขอความกรุณาทำงานด้วยกันต่อ” ประโยคหวานเจี๊ยบกลางวงสนทนาของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มาจาก ‘ธนาธร’

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ส.ส.ทั้ง 55 คนที่เหลือมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังเลือกที่จะอยู่กับอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ในนามพรรคการเมืองใหม่ต่อไป เพราะหากพรรคตัดสินใจลงถนนอย่างเต็มตัว หรือประกาศสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเป็นทางการ อาจมีส.ส.ย้ายไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นเพิ่มอี เพื่อไม่ต้องการตกเป็นเป้าทางการเมืองและคิดว่าการเมืองในสภายังไม่ถึงทางตันและยังมีหนทางที่จะสู้กับรัฐบาลได้ต่อ ในทางกลับกันถ้าตัดสินใจลงถนนในเวลานี้ กระแสอาจตีกลับมายังฝ่ายค้านได้ 

ก้าวใหม่ของกลุ่มส.ส.อนาคตใหม่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 มี.ค.ตั้งแต่การมีของการที่ส.ส.ที่เหลือกันทั้งหมด 55 คนเดินเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่พร้อมกับประกาศแนวทางการทำงานการเมือง จากนั้นในช่วงปลายเดือนจะเร่งเปิดประชุมวิสามัญเพื่อเปลี่ยนชื่อพรรคการเมืองและตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคและกำหนดแนวทางการให้ประชาชนทั่วไปสมัครสมาชิกพรรค


มาถึงจุดนี้แล้ว กลุ่มส.ส.อนาคตใหม่มองตรงกันว่าการดำรงความเป็นพรรคการเมืองเอาไว้เป็นทางที่ดีที่สุด พร้อมกับเตรียมการปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ที่จะไม่ให้น้ำหนักกับประเด็นทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นหนักและสื่อสารกับประชาชนในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำมากขึ้นผ่านกลไกของคณะกรรมาธิการที่ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ยังคงทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่พรรคอนาคตใหม่ที่ขับเคลื่อนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาเป็นระยะ

แต่เหนืออื่นใดการเดินหน้าไปสู่พรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มส.ส.อนาตใหม่รอบนี้จะเห็นได้ว่ามีการตั้งการ์ดสูงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของธนาธรผ่านเฟซบุ๊กเมื่อไม่นานมานี้ที่ระบุว่า “ฝากข้อความสุดท้ายถึง ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าธนาธรในฐานะผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจะไม่เข้าไปยุ่งย่ามกับพรรคการเมืองใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการครอบงำที่ต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมืองซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค และไม่ให้เกิดช่องว่างให้ฝั่งตรงข้ามเล่นงานได้อีก

            ถึงที่สุดแล้ว “ก้าวใหม่ของส.ส.อนาคตใหม่” ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 มี.ค.พร้อมกันทั้ง 55 คน จึงเต็มไปด้วยความน่าสนใจ ทั้งการต่อสู้ในระยะยาวและการรักษาพันธมิตรฝ่ายค้าน เพื่อไปสู่สนามเลือกตั้งที่อาจจะมีขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ก็เป็นไปได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลเองก็ไม่เป็นเอกภาพเท่าใดนัก.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน