วิเคราะห์ประเด็นร้อน

เปลี่ยนผ่านศาล รธน. ชี้ชะตา ‘อนาคตใหม่’

13 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 6:55
เปลี่ยนผ่านศาล รธน.  ชี้ชะตา ‘อนาคตใหม่’
เปิดอ่าน 1,992

ยิ่งใกล้ติดสินคดียุบอนาคตใหม่ก็มีปรากฎการณ์เปลี่ยนผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างมีนัยยะ

ยิ่งใกล้ 21 ก.พ. ซึ่งเป็นวันติดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่มากเท่าไหร ก็เริ่มปรากฎความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีความเชื่อมโยงและมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ภายหลังวุฒิสภาเพิ่งมีมติให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา 2.นายวิรุฬ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 4.นายนภดล เทพพิทักษ์ อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จากผู้ที่ผ่านการสรรหาจำนวน 5 คน

การเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้นับว่ามีนัยทางการเมืองพอสมควร กล่าวคือ กว่าที่วุฒิสภาจะสามารถลงมติให้ความเห็นชอบได้เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภาต้องมีมติขยายเวลาการทำงานให้กับคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รรับการเสนอชื่อฯ ที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว. เป็นประธานมาแล้วถุง 4 ครั้ง

 




ขณะเดียวกัน ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนั้นจะเข้ามาแทนที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเดิมที่มีบทบาทสำคัญในการพิจารณาคดีทางการเมืองหลายคดีที่ผ่านมา ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาล นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี และนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งจริง ๆแล้วจะต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ระงับการสรรหา ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คนได้ทำหน้าที่ต่อไปจนถึงปัจจุบัน  

เมื่อหนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพ้นจากตำแหน่งมีประธานศาลรัฐธรรมนูญรวมอยู่ด้วย ทำให้จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันจำนวน 4 คน กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่4 คน เพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนประธานศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ.2561

 


อย่างไรก็ตาม แม้วุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คนไปแล้ว แต่ยังต้องรอให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวลาออกจากทุกตำแหน่งภายใน 15 วัน จึงเท่ากับว่าคดีการยุบพรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่ในมือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันทั้ง 9 คนตามเดิม ด้วยเหตุนี้ทำให้ ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาระบุว่าคดียุบพรรคอนาคตใหม่อาจเป็นงานทิ้งท้ายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังพ้นจากตำแหน่งทั้ง 5 คน

"ก่อนหน้านี้เคยมีการวิเคราะห์กันว่าการตัดสินคดีในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ก็เพื่อสกัดไม่ให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ต่อมามีการวิเคราะห์อีกว่าที่ต้องตัดสินวันที่ 21 กุมภาพันธ์ก็เพราะมาพัวพันกับการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ท่านคนใหม่อาจจะเข้าไปแทนรายชื่อเดิม ดังนั้น หากเป็นไปตามที่ผู้สื่อข่าวได้วิเคราะห์ ก็เป็นไปได้ว่า 5 ท่านที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งจะตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่เป็นคดีสุดท้ายก่อนพ้นจากตำแหน่งหรือไม่" ข้อสังเกตจากเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

พรรคอนาคตใหม่ยังคงมีความพยายามทุกวิถีทางในการต่อสู้คดียุบพรรคอนาคตใหม่ทุกประตู โดยเฉพาะกับการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกร้องเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พิจารณาคดีนี้มาให้ข้อมูลต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูรับคำร้องนี้ย่อมมีความเป็นไปได้ที่กำหนดการวันที่ 21 ก.พ.จะต้องถูกเลื่อนออกไป เพราะต้องฟังข้อมูลจากพยานที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นเข้ามาก่อน

ไม่พียงเท่านี้ หากวันตัดสินถูกเลื่อนออกไป แน่นอนว่าย่อมเปิดโอกาสที่ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะได้เข้าสู่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะเข้ามาร่วมพิจารณาคดียุบพรรค ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการช่วยให้พรรคอนาคตใหม่มีเวลาต่อสู้คดีได้มากขึ้น

ดังนั้นในระยะเวลาที่เหลือจนกว่าจะถึงวันที่ 21 ก.พ.ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นต่อคำร้องของพรรคอนาคตใหม่อย่างไร และหากว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ย่อมทำให้อนาคตของพรรคอนาคตใหม่อาจเจอจุดเปลี่ยนที่สำคัญเช่นกัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน