วิเคราะห์ประเด็นร้อน

วัดใจ “ส.ว.- ส.ส.ฝั่งรัฐบาล” หนุน “แก้รธน.” ลดอำนาจ “บิ๊กตู่”

21 กันยายน 2020 เวลา 16:29
วัดใจ “ส.ว.- ส.ส.ฝั่งรัฐบาล” หนุน “แก้รธน.” ลดอำนาจ “บิ๊กตู่”
เปิดอ่าน 365

            วันที่ 23 - 24 กันยายน ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย “ส.ส.” และ “ส.ว.” จะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560”  ซึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมใจยื่นให้รัฐสภาพิจารณา 6 เรื่องในคราวเดียว

 

            แบ่งเป็น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ “ส.ส.ร่วมรัฐบาล”​1 ฉบับ  และ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ “ส.ส.ฝ่ายค้าน” 5 ฉบับ

 

            ทำไม? ส.ส.ฝ่ายค้าน ต้องยื่นมากถึง 5 ฉบับ ทั้งที่ปรากฎการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน?

 

            เหตุผลสำคัญ คือ การเล่นเกม ชิงไหว ชิงพริบ ทางการเมือง 

 

            ตามเนื้อหาโดยสังเขป ของ 5ญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ของฝ่ายค้าน สรุปได้ว่า 

 

            1.ฉบับแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการปลดล็อคเกณฑ์การพิจารณาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และเพิ่มหมวดว่าด้วยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

 

            2.ฉบับยกเลิกมาตรา 270 และมาตรา 271 ว่าด้วยอำนาจส.ว.ต่อการติดตาม เร่งรัด และเสนอแนะการปฏิรูปประเทศและพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยกาปฏิรูป 

 

            3.ฉบับ “ปิดสวิซต์ส.ว.” ที่แก้ไขมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ว่าด้วยกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา ที่ให้อำนาจ “วุฒิสมาชิก” ร่วมลงมติเลือก

 

            4. ฉบับยกเลิกมาตรา 279 ว่าด้วยการนิรโทษกรรมการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 

 

            และ 5.ฉบับว่าด้วยการแก้ไขกลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับการคำนวณและได้มาซึ่ง “ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ” 




            จะเห็นได้ว่า แต่ละร่างแก้ไข ลำดับที่ 2 - 5 นั้นมี นัยยแฝง ที่เกี่ยวพันกับ “การครองอำนาจ” ของ รัฐบาล ปัจจุบัน ที่มี  บิ๊กตู่ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรี่าการกระทรวงกลาโหม  เป็น ผู้นำ

 

            ตามมุมมองของ "ฝ่ายประชาธิปไตย”  ที่แสดงต่อสาธารณะว่าการเข้าสู่อำนาจของ “บิ๊กตู่”  เพราะมีกลไกสืบทอดอำนาจ

 

            และ "ส.ว." คือหนึ่งในกลไกที่ว่า และ การจัดเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ไม่มีพรรคไหนได้ส.ส.เกินคะแนนนิยมที่แท้จริง ซึ่งคำนวณออกมาเป็น “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ที่ถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ ผ่านการตั้งเป้าหมายที่สนับสนุน พรรคพลังประชารัฐ นอมินีของ “พรรคคสช.” ที่คำนวณให้พรรคเล็ก พรรคน้อย ที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งต่ำกว่าอัตราคะแนนนิยมขั้นต่ำที่ส.ส. 1 คนพึงมี ได้ส.ส. เพื่อเติมเต็ม ขั้วรัฐบาล ให้ “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งชู “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ คือ พรรคแกนนำตั้งรัฐบาล

 

            ดังนั้น ต้องแก้ไข มาตรา 272 ที่ให้อำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ และแก้ไข กลุ่มมาตราว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ส.บัญชีรายชื่อ

 

            และเสียงสนับสนุนของ “บิ๊กตู่” ที่ได้เป็น “นายกฯ” สมใจนั้น เกิดจากเสียง 250 ของส.ว. ทำให้ต้องเสนอตัด มาตรา 272 ว่าด้วยการให้อำนาจ “ส.ว.” เลือกนายยกฯ 

 

            แต่ทำไม ต้องจับมัด มาตรา 159 รวมกับมาตรา 272 เป็นร่างเดียวกัน เหตุผลคือ เพราะเกมทางการเมือง  ที่ก่อนหน้านั้น พรรคฝ่ายค้านปัจจุบัน ไม่เห็นด้วยกับการเสนอบัญชีรายชื่อนายกฯ ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง

 

            ดังนั้นเมื่อฝ่ายค้านจับสัญญาณว่า  “ส.ว.” ต้องการตัดอำนาจตนเองเรื่องโหวตนายกฯ จะเป็นการดีที่จับมัดรวมกัน เพื่อให้มาตราที่ไม่ต้องการถูกรับไว้พิจารณาและยกเลิกไปในคราวเดียวกัน

 


            ขณะที่ ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาตรา 279 กับ ฉบับแก้ไขบทบัญญัติว่าด้วยการติดตาม เร่งรัด งานปฏิรูปและกฎหมายปฏิรูป เพื่อต้องการตัด "ส.ว.” ออกจากกลไกพิจารณา "การปฏิรูป”  ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้พยุง “รัฐบาล” 

 

            ดังนั้นหาก "ฝ่ายค้าน” เดินตามยุทธศาสตร์เหมือนที่เคย คือ เสนอเป็นญัตติร่างแก้ไขเดียว อาจทำให้เสียงแตก และบางประเด็นที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วย อาจถูกตีตกไปทั้งหมด และความพยายามครั้งนี้ อาจเป็นความพยายามที่เสียของ

 

            อย่างไรก็ดีหากไม่นับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาพใหญ่ ที่ “ฝ่ายค้าน- ฝ่ายรัฐบาล” เห็นตรงกันต่อการแก้มาตรา 256 และเพิ่มหมวดสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

 

            เป็นสิ่งที่ “ส.ว.-ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล” ต้องคิดให้หนัก ว่าจะรับ หรือไม่รับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ทั้ง 5 ฉบับ เพราะมาตราที่ถูกเสนอนั้นล้วนเกี่ยวพันกับการ “สืบทอดอำนาจ” 

 

            ขณะเดียวกันกระแสสังคมยังเรียกร้อง และกดดันหนัก ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งความกดดันที่เกิดขึ้น หากไม่คิด วิเคราะห์ให้ถ่วนถี่ อาจส่งผลกระทบถึงการคืนสู่เวทีผู้แทนราษฎรได้ในสมัยหน้า.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน