วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ม็อบรุกหนัก-เศรษฐกิจใกล้พัง บ่วงมัดคอ ‘บิ๊กตู่-รัฐบาล’

17 กันยายน 2020 เวลา 23:44
ม็อบรุกหนัก-เศรษฐกิจใกล้พัง  บ่วงมัดคอ ‘บิ๊กตู่-รัฐบาล’
เปิดอ่าน 1,120

สถานการณ์ไม่ค่อยเป็นใจให้ 'บิ๊กตู่' การเมืองนอกสภากำลังร้อน เศรษฐกิจเข็นไม่ขึ้น

ชั่วโมงนี้เรียกได้ว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  และรัฐบาลกำลังเผชิญ “มหาพายุลูกใหญ่” ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างเต็มแรง เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่ “ปัจจัยเร่งเร้า”รอบด้าน

ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเร่งเร้าทางการเมืองโดยเฉพาะผู้ชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่นัดหมายชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญล้างมรดกคสช. รวมถึงการยุบสภาเพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย 

สอดรับกับท่าทีของแกนนำอาทิ “อานนท์ นำภา” ทนายความสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก ก่อนหน้านี้บอกว่า “ขอให้จับตาเซอร์ไพรส์ที่จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 19 ก.ย.  จึงทำให้มีการจับตาไปที่ “จุดยุทธศาสตร์” ที่ถือเป็นฐานบัญชาการสำคัญของรัฐบาลนั่นคือ “ทำเนียบรัฐบาล”




แม้จะมีการประเมินจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ม็อบครั้งนี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ แต่ยอมรับว่าตัวเลขผู้ชุมนุม น่าจะอยู่ที่ราว 50,000คน ซึ่งถือว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า ม็อบในยุคนี้มีการ “สร้างแบรนด์” ความเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต่างไปจากม็อบในอดีตที่เป็นการต่อสู้ฟาดฟันระหว่าง “ฝ่ายรัฐ” และ “ฝ่ายการเมือง” ขั้วตรงข้าม

จุดนี้เองที่ทำให้รัฐต้องปรับยุทธวิธีใหม่ เลือกที่จะเดินเก็บที่ละแต้ม “ล็อกเป้า” เฉพาะตัวแกนนำ แทนการฟาดฟัน “ประหัตประหาร” เหมือนม็อบในอดีต ซึ่งจะไปเข้าทางกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่รอผสมโรง เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงที่อาจจะมาแบบเหนือความคาดหมาย  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะยิ่งเป็นการสั่นคลอนและเป็นการนับถอยหลังรัฐบาลเข้าไปทุกขณะ

นอกเหนือจาก “ปัจจัยเร่งเร้าทางการเมือง” จากกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานี้ทั้งตัว "บิ๊กตู่” และ “รัฐบาล” กำลังเผชิญ “ปัจจัยเร่งเร้าทางเศรษฐกิจ” ในห้วงที่ประเทศเผชิญสภาวะภัยคุกคามจากไวรัสโควิดที่นับวันจะยิ่งบีบรัดจนลามเป็นวิกฤติศรัทธาและกระทบความเชื่อมั่นของตัว“บิ๊กตู่” และ “รัฐบาล” ในคราวเดียวกัน


มิหนำซ้ำเวลานี้รัฐบาลกำลังเผชิญสภาวะสูญกาศ  จากปัญหาการไร้บุคคลที่มาทำหน้าที่“ขุนคลัง” ซึ่งถือเป็นผู้คุมหีบสมบัติของประเทศ แทน “ปรีดี ดาวฉาย” ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ท่ามกลางแรงกระเพื่อมทางการเมือง

งานหนักจึงตกอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ที่เวลานี้เหมือนกำลังยืนอยู่บนทาง3แพร่ง จะยืนยันตามเติม คือ เลือกคนนอกก็จะไปกระทบกับขุมกำลังทางการเมือง จะเลือกคนของพรรคการเมืองก็จะไปกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น หรือจะเลือกรวบอำนาจไว้เองทั้งหมดก็จะกลายเป็นการแบกภาระหนักอึ้งไว้บนบ่า

แต่ครั้นจะทอดเวลาไปนานก็จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลหล่นวูบตามไปด้วยแม้ว่าล่าสุดตัว ”พล.อ.ประยุทธ์” จะบอกว่า  จะได้เห็นโฉมหน้า “ขุนคลัง” คนใหม่ในเดือนต.ค.นี้ก็ตาม

ดังนั้นจาก2ปัจจัยตามที่กล่าวว่า ทั้งปัจจัยทางการเมืองที่เร่งเร้า บวกกับเศรษฐกิจที่บีบรัด จนเวลานี้กลายเป็นบ่วงใหญ่ 2บ่วง

 หาก “บิ๊กตู่” และ “รัฐบาล” ไม่รีบเร่ง “แก้เงื่อน-คลายปม” ที่เกิดขึ้น นานเข้าบ่วงเหล่านี้อาจลามเป็นบ่วงที่รัดคอ ถึงขั้นทำให้ “บิ๊กตู่” และรัฐบาลเป็นอันตรายถึงชีวิตได้!



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน