วิเคราะห์ประเด็นร้อน

‘ฝ่ายค้าน-นักศึกษา’ พันธมิตรนอกสภาไล่รัฐบาล

17 กันยายน 2020 เวลา 0:35
‘ฝ่ายค้าน-นักศึกษา’  พันธมิตรนอกสภาไล่รัฐบาล
เปิดอ่าน 1,387

19 กันยายน อาจไม่ใช่ฉากสุดท้ายของรัฐบาล แต่อาจเป็นการเริ่มนับถอยหลังก็เป็นไปได้

การชุมนุมทางการเมือง ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม วันที่ 19 กันยายน ที่ประกาศแนวทางไว้ตั้งแต่เริ่ม ว่า จะจัดการชุมนุมที่ลานโพธิ์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 19 กันยายน เวลา 14.00 น. และหากคนมาล้นพื้นที่ จะขยับไปชุมนุมที่ สนามหลวง ต่อจากนั้นวันที่ 20 กันยายน จะเดินทางไปที่ “ทำเนียบรัฐบาล” 

กิจกรรมที่เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ภายใต้หัวข้อ “ทวงอำนาจคืนราษฎร” แน่นอนว่าการเข้าร่วมชุมนุมอาจมีคนมาจำนวนมาก ซึ่งตามการข่าวของฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุม 50,000 คน และพบรายงานด้วยว่าจะมีกลุ่มการเมืองขนคนเข้าร่วมการชุมนุม โดยให้รหัสระดมพล คือ ต่อต้านรัฐประหาร และใช้จังหวะ 19กันยายน นั้นเป็นการรำลึก เหตุการณ์ยึดอำนาจ เมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา ที่ ”คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” หรือ “คมช." ยึดอำนาจของ “นายทักษิณ ชินวัตร”อดีตนายกฯ

อย่างไรก็ตามก่อนถึงวันที่เกิดขึ้น มีความพยายามปลุกกระแส เรียกระดมคนให้ร่วมชุมนุม จนผิดปกติ ทั้ง การใช้เวทีทางการเมืองของ “สภาผู้แทนราษฎร”ที่ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ต่อความพยายามใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สลายการชุมนุม บนจุดนัดหมาย คือ “สะพานมัฆวานรังสรรค์”  ภายใต้ปฏิบัติการ “ยุทธการมัฆวานรังสรรค์”




ในทางวิเคราะห์ของผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเริ่มประเมินกันว่าจะเป็นการเรียกกระแสความสนใจ และ เพิ่มจำนวนของกลุ่มคน ให้เข้าร่วมการชุมนุม เพื่อหวังเป็นกำลังต่อกรกับฝ่ายความมั่นคงและอีกนัยยหนึ่งคือ การบอกให้ “ต่างชาติ” โดยเฉพาะองค์กรสากลด้านสิทธิมนุษยชน จับตาการเคลื่อนไหวของการชุมนุม

เหตุที่ต้องจับตา เพราะการชุมนุมบางครั้ง ที่ผ่านมาพื้นที่สะพานมัฆวานฯ  ถูกใช้เป็น “สมรภูมิ” และมีเหตุปะทะ ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม และ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เพื่อหวังผลประการเดียว คือ ไม่ให้เข้าถึงทำเนียบรัฐบาล ที่เป็นจุดชี้ชัยชนะของกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าการชุมนุมแต่ละครั้งนั้นจะบรรลุเป้าหมายและความสำเร็จหรือไม่

ทั้งนี้ หากรัฐบาลปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาลไปได้ แม้รัฐบาลจะไม่ได้แพ้อย่างเด็ดขาดและยังอยู่ในอำนาจต่อไปได้ก็จริง แต่ก็เป็นการทำให้รัฐบาลสูญเสียอำนาจการปกครองไปโดยปริยาย เหมือนกับที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เผชิญมาแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ ยิ่งจะเป็นการสร้างให้ม็อบขยายวงกว้างได้มากขึ้นเกินกว่ารัฐบาลจะควบคุม

ครั้นรัฐบาลจะใช้กำลังเข้าไปหักเหมือนกับม็อบผู้ใหญ่ก็ทำได้ลำบาก เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าล้วนเป็นเยาวชนเกินกว่าครึ่ง รัฐบาลจึงอยู่ในสภาพตั้งรับโดยสภาพ


ขณะเดียวกันในส่วนของ ส.ส.ฝ่ายค้าน เริ่มทยอยประกาศตัวเป็นแนวร่วมอย่างไม่เป็นทางการให้เห็นบ้างแล้ว โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลพร้อมจะระดมส.ส.เข้าไปสังเกตุการณ์การชุมนุมในพื้นที่ เพื่อพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัวทันที หากเกิดแรงกดดันจนทำให้แกนนำนักศึกษาไปต่อไม่ได้และต้องยอมมอบตัว

ไม่เพียงเท่านี้ ฝ่ายค้านยังพยายามชิงจังหวะการเมืองในสภาเพื่อเพิ่มแรงกดดันนอกสภาด้วย โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้ออกมาเปิดประเด็น ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อหวังจุดประเด็นให้คนออกมาร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ตามมมาด้วยการพยายามให้การประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณ 2564 ลากยาวไปถึงวันที่ 19 ก.ย.จากเดิมที่จะจบลงในวันที่ 18 ก.ย. เพื่อหวังให้การเมืองทั้งนอกและในสภาร้อนไปพร้อมๆกัน

19 ก.ย.นี้อาจจะยังไม่ฉากสุดท้ายของการเมืองในยุคประยุทธ์ แต่อย่างน้อยจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รัฐบาลอยู่ในอำนาจยากขึ้น จนอาจต้องแพ้ภัยตัวเอง



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน