วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ขยายแผลใหญ่กลางสภา โหมโรงก่อนแตกหัก 19 ก.ย.

9 กันยายน 2020 เวลา 23:51
ขยายแผลใหญ่กลางสภา  โหมโรงก่อนแตกหัก 19 ก.ย.
เปิดอ่าน 1,149

สถานการณ์กลุ่มขับไล่รัฐบาลทั้งในและนอกสภา ต่างมีสภาพ 'น้ำพึ่งเรือเสือเพิ่งป่า'

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงเดือนก.ย. นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมือง เพราะสภาฯมีวาระร้อนหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวาระที่เพิ่งผ่านไปอย่างการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

ตลอดการอภิปรายประมาณ 15 ชั่วโมง ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่สร้างปมปัญหา ทั้ง เศรษฐกิจ และ การเมือง ระดับวิกฤติประเทศ

แม้การอภิปรายครั้งนี้จะไม่มีการลงมติ ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ด้านหนึ่งการอภิปรายของฝ่ายค้านก็ช่วยให้กระแสม็อบนอกสภาที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.ได้รับความสนใจขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ  เรียกได้ว่าเป็นความประสงค์ให้กลุ่มนอกสภาหยิบเอาประเด็นในสภาไปขยายผลนอกสภา




สำหรับประเด็นหลักที่มีการอภิปรายในสภาและมีผลต่อการเมืองในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.การบริหารราชการแผ่นดินในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝ่ายค้านเอาอารมณ์ของสังคมมาประเด็น เช่น การก่อหนี้ การใช้งบประมาณหมดไปกับการซื้อเรือดำน้ำ ทั้งๆที่รัฐบาลควรเอาเงินภาษีของประชาชนไปช่วยประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจ แต่กลับมาใช้ในราชการทหาร ท่ามกลางความขับข้องใขของคนจำนวมาก

2.ปัญหาการเมืองที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข ฝ่ายค้านพยายามพุ่งเป้าไปยังท่าทีของรัฐบาลที่ไม่พยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แม้ว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลดแรงกดดัน แต่ก็เหมือนเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เนื่องจากในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา

อีกทั้ง ยังมีกระบวนการกดดันให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่ไปลงชื่อสนับสนุนการปิดสวิตซ์ส.ว.ของพรรคก้าวไกล ถอนชื่อจนทำให้ญัตติของพรรคก้าวไกลล่ม แต่ยังดีที่พรรคเพื่อไทยกลับลำที่เห็นด้วยกับการปิดสวิตซ์ส.ว.และเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ซึ่งยังพอทำให้ภารกิจปิดสวิตซ์ส.ว.ได้ไปต่อ    ด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่การที่ฝ่ายค้านเรียกร้องกลางสภาให้นายกฯลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งสอดรับกับท่าทีของม็อบนอกสภาที่ไม่ต้องการเห็นพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในถนนการเมืองอีก


สถานการณ์ทางการเมืองของกลุ่มขับไล่รัฐบาลทั้งในและนอกสภา ต่างอยู่บนเงื่อนไขของ "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า"

ฝ่ายค้านรู้ดีเสียงที่มีในมือเพียง 200 เสียงโดยประมาณ ไม่อาจพอที่ทำให้น๊อครัฐบาลกลางสภาได้ ฉันใดฉันนั้นกลุ่มนอกสภาก็ไม่สามารถใช้แต่เพียงเสียงของตนเองเพื่อเอาชนะรัฐบาลได้เช่นกัน แต่จำเป็นต้องให้ฝ่ายค้านพยายามจุดประเด็นและกระแสในสภา เพื่อให้กลุ่มการเมืองนอกสภานำมาขยายผลกดดันรัฐบาล

ประเด็นสำคัญที่ ฝ่ายค้านหวังผล จุดไฟให้ติด และ เกิดกระแสม็อบนอกสภาฯ ลามต่อจนเป็นกระแสที่ “รัฐบาล” ไม่อาจต้านทานเพราะ “กระแสสังคม” อาจเป็นวิถีทางเดียว ที่พอจะเปลี่ยนขั้วอำนาจได้



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน