วิเคราะห์ประเด็นร้อน

เกาะขบวน ‘ก้าวไกล’ หวังเก็บแต้มนอกสภา

9 กันยายน 2020 เวลา 2:42
เกาะขบวน ‘ก้าวไกล’  หวังเก็บแต้มนอกสภา
เปิดอ่าน 949

ม็อบนอกสภากำลังแรง อย่าแปลกใจว่าทำไมนักเลือกตั้งจมูกไวออกมากเกาะขบวน 'ก้าวไกล'

 “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา” 

ข้อความข้างต้นเป็นบทบัญญัติมาตรา 272 แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นหนึ่งเงื่อนปมสำคัญที่ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมมวลชน โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนักศึกษาในวันที่19ก.ย.นี้ ที่มีการชูแคมเปญในการเดินหน้าล้างมรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาล ด้วยการ“ปิดสวิตซ์ส.ว.”

สอดรับกับท่าทีจากฟากฝั่งการเมืองทั้งในส่วนของส.ว.ก่อนหน้านี้ที่เริ่มมองทางลมออกจนนำมาสู่การประกาศพร้อม “ทุบหม้อข้าว” ด้วยการยอมทิ้งอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างสิ้นเชิง เพื่อลดความขัดแย้ง 

 ไม่ต่างจากฟากฝั่งการเมืองทั้ง “พรรคก้าวไกล” ซึ่งประกาศแยกทางกับ “พรรคเพื่อไทย” ไปจับมือ “16ส.ส.ประชาธิปัตย์”  นำโดย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ,เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช , พนิช วิกิตเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับ ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศตั้งตนเป็น “กบฎปชป.” ร่วมลงชื่อกับญัตติพรรคก้าวไกลเสนอร่างแก้ไขมาตรา272 ทั้งๆที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กลุ่มนี้ยังมีหมวกในฐานะเป็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลสวมอีกใบ แต่กลับไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ




อีกหนึ่งเซอร์ไพร์สที่ปรากฏให้เห็นในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล คือ การเข้ามาร่วมลงชื่อของส.ส.พรรคภูมิใจไทยอย่าง “เสี่ยโต้ง” นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยฝากแผลเป็นให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแล้วด้วยการประกาศ ‘งดออกเสียง’ เมื่อครั้งรัฐสภาลงมติเลือกนายกฯ

ครั้งนี้มีรายงานว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงกับลมออกหูไม่น้อย เพราะเป็นอีกครึ่งที่แหวกม่านประเพณีของพรรค แต่ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้กระแสกดดันนอกสภาเรื่องปิดสวิตซ์ส.ว.กำลังแรง หากขืนไปหักดิบกับส.ส.ตัวเอง มีหวังเสียคะแนนจากคนรุ่นใหม่ไม่น้อย

ขณะที่ เกมของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในกลุ่มของกบฏที่ล้วนแต่เป็นกลุ่ม ‘คนไม่รักจุรินทร์’ จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการเล่นการเมืองหลายหน้าเช่นกัน เพราะรู้ดีว่าการไปร่วมกับฝ่ายค้านอย่าง ‘พรรคก้าวไกล’ ในเรื่องสำคัญทางการเมือง ย่อมผิดมารยาททางการเมือง แต่ก็ประเมินว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่กล้าเข้ามาสั่งการมาก เนื่องจากก็รู้ทิศทางลมดีว่านอกสภากำลังจ้องมองอยู่ เรียกได้ว่าตกที่นั่งลำบากพูดไม่ออกเหมือนกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย


นอกเหนือไปจากนี้ บรรดากบฏประชาธิปัตย์ยังมองหมากเกมนี้ออกมาว่าถึงที่สุดแล้ว ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลคงยากที่จะผ่านสภาไปได้ แต่อย่างน้อยการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอุดมการณ์องพรรคก้าวไกลที่มีนักศึกษาเป็นฐานมวลชน ย่อมทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตกขบวนรถไฟปลดแอกนักศึกษาด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่มีความแน่นอน แม้การรัฐประหารจะเป็นไปได้ยาก แต่สำหรับการยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นเรื่องที่เปราะบางและพร้อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะหลังจากรัฐสภาผ่านงบประมาณหรือภายหลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภา จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมบรรดานักการเมืองจมูกไวหลายคนถึงอยากขึ้นขบวนรถไฟไปกับนักศึกษาครั้งนี้



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน