วิเคราะห์ประเด็นร้อน

บ่วงร้อน 'ถือหุ้นสื่อ' ชะตา 64 ส.ส.บนปาวเหว!

1 สิงหาคม 2020 เวลา 20:52
บ่วงร้อน 'ถือหุ้นสื่อ' ชะตา 64 ส.ส.บนปาวเหว!
เปิดอ่าน 4,206

สถานการณ์บนปากเหวในคดี 'ถือหุ้นสื่อ' จาก 64 ส.ส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาลจะมีผลตัดสินอีกไม่ช้า

พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งกำหนด 4 ส.ค.2563 นัดไต่สวนพยานบุคคล น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 82 แห่งรัฐธรรมนูญ รวม 2 สำนวนใน 64 ส.ส.ถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ 

กลายเป็นความคืบหน้าล่าสุด จากคดีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจถึงผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และแรงกระเพื่อมทางการเมือง ภายหลังเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 7 ต่อ 2 ตัดสินให้ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ขณะนั้น เข้าข่ายมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 42 (3) ใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นในธุรกิจสื่อในบริษัทวีลัค มีเดีย จำกัด 

เมื่อประเด็น "ถือหุ้นสื่อไม่ใช่ "ธนาธร" เพียงรายเดียว แต่จากสำนวนที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้ ยังปรากฏรายชื่อ 32 ส.ส.ฝ่ายค้าน และ 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กำลังถูกตรวจสอบว่า ก่อนรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. 24 มี.ค.2562 มีคุณสมบัติขัดกับลักษณะต้องห้ามหรือไม่

จากประเด็นที่ "พรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาฯ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ของ 41 ส.ส.ฝั่งรัฐบาลว่า ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ 

จนกระทั่งวันที่ 26 มิ.ย.2562 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องวินิจฉัยเหลือจำนวน 32 คน แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแบ่งเป็น พรรคพลังประชารัฐ 21 คน พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คนพรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน พรรคชาติพัฒนา 1 คน และพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน




ขีดเส้นใต้ 3 เส้นไปที่ สำนวน "ถือหุ้นสื่อ" 32 ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ปรากฏชื่อ 2 รัฐมนตรีรวมอยู่ด้วยตั้งแต่ "ณัฏฐพล ทีปสุวรรณรมว.ศึกษาธิการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคพลังประชารัฐ ถือครองหุ้นบริษัท แปซิฟิค เอ็กซ์คลูซิฟ ซิตี้ คลับ จำกัด และ "สาธิต ปิตุเตชะรมช.สาธารณสุข ส.ส.ระยอง จากพรรคประชาธิปัตย์ ถือครองหุ้นบริษัท พี.ที.รุ่งเรืองคอนกรีต จำกัด

ไม่ใช่แค่สำนวน 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อฝั่งรัฐบาลเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม"ทศพล เพ็งส้มส.ส.นนทบุรี พลังประชารัฐ ปฏิบัติการ "เอาคืน" ยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็น ส.ส.ของ "32 ส.ส.ฝ่ายค้าน" ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ขณะนั้น 20 คน เพื่อไทย 4 คน เพื่อชาติ 4 คน เสรีรวมไทย 3 คน และประชาชาติ 1 คน จะเข้าข่ายถือหุ้นสื่อเช่นกันหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไปแล้วตั้งแต่ 4 ก.ย.2562

หากนับเวลาขณะนี้เป็นเวลา 1 ปีที่คดียังอยู่ในขั้นตอนไต่สวนจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังพิจารณารายบุคคล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพบว่า มี ส.ส.บางคนเคยทำรายการโทรทัศน์ ทำให้ศาลกำลังเทียบเชิญคณบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาให้ข้อมูลว่าจะเป็นการทำสื่อหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยทั้งหมดออกมาในช่วงเดือน ก.ย.2563 

สำหรับผลการวินิจฉัยจากศาลออกมาอย่างไร จะมีผลถึงเสียง ส.ส.ในสภา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีอยู่ที่ 276 เสียง ฝ่ายค้านลดเหลือ 211 จากการเสียเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปางล่าสุด โดยพลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาลมี ส.ส.อันดับ 1 ที่ 120 เสียง ส่วนเพื่อไทย 133 เสียง 

ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดี "ถือหุ้นสื่อ" 32 ..รัฐบาลและฝ่ายค้าน จะถูกนำไปเทียบเคียงหรือ "ตีความในผลคดีที่ "ธนาธรเคยถูกตัดสินคดี "ถือหุ้นสื่อเมื่อวันที่ 20 ..2562 จนทำให้อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ..ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง


นอกจากนี้ ยังมีแรงกระเพื่อมไปถึงกลุ่ม ส.ส.ซึ่งถูกเทียบเคียงกับ มติ กกต.เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2563 ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจทุ่งสองห้องให้ดำเนินคดีอาญากับ "ธนาธร" กรณีรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แต่ยังใช้สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งผิดมาตรา 151 พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 

สำหรับ "บทลงโทษ" คดีถือหุ้นสื่ออยู่ที่คำวินิจฉัยจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดจะไปจบที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เกี่ยวข้องในมาตรา 151 ที่กำหนดไว้ว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกต้ังเป็น ส.ส. มีโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เป็น ส.ส.ยังรับความผิด "พ่วงท้าย" ให้ศาลมีคําส่ังให้ผู้นั้นคืนเงินเดือนประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นๆ ในช่วงการเป็น ส.ส.ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

แต่ประเด็น "ราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความคดีหุ้นสื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์ กลับมองประเด็นจากคำวินิจฉัยคดี "ถือหุ้นสื่อ" ของธนาธรมีเนื้อหาระบุถึงบริษัทที่ถือหุ้นว่าเป็นสื่อมวลชนต้องมีการ "จดแจ้งการพิมพ์" ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ 2550 โดยเฉพาะประเด็นที่ศาลได้เทียบเคียงว่า ผู้ที่จะประกอบกิจการสื่อต้องมีการไป "จดแจ้งการพิมพ์" แต่กรณี 7 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีการจดแจ้งการพิมพ์

ทั้งหมดเป็นสถานการณ์บนปากเหวจากสำนวนร้อน 64 ..ถือหุ้นสื่อฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาจากศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลคำตัดสินออกมาอีกไม่ช้า.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน