วิเคราะห์ประเด็นร้อน

"บิ๊กโจ๊ก" มาแน่ คัมแบคตำรวจปลายปี

1 สิงหาคม 2020 เวลา 6:28
 "บิ๊กโจ๊ก" มาแน่   คัมแบคตำรวจปลายปี
เปิดอ่าน 11,365

"ผบ.ตร." คนใหม่ อาจไม่ใช่ผู้ชี้ชะตา การกลับมายิ่งใหญ่ของ "บิ๊กโจ๊ก" เมื่อ "บิ๊กป้อม" กำลังจะได้คุม ตร.

น่าจะได้รับสัญญาณดี ก่อนที่ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเสริมดวงโชคชะตาที่ศาลาการเปรียญ วัดบึงกระดาน จ.พิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานพระมหาอุปคุต พระอรหันต์แห่งโชคลาภ โดยเฉพาะการขอพึ่งบารมี "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ให้กลับมาเป็น "ตำรวจที่ยิ่งใหญ่" อีกครั้ง

ก่อนที่ "บิ๊กโจ๊ก" จะเดินทางไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธ์ น่าจะไปพึ่งผู้ใหญ่ มากบารมี อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาก่อน 

หนทางที่จะกลับมาเป็นตำรวจของบิ๊กโจ๊ก แม้ประตูจะไม่ปิดตาย แต่ต้องผ่านการยินยอมจาก "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อน เพราะบิ๊กโจ๊ก ถูกคำสั่งย้ายให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่เดิม คือ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทนักบริหารระดับสูง ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี




ต่างกับกรณี "บิ๊กต้อย" พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ที่อยู่ระหว่างถูกสำรองราชการ เพราะเป็นคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ "สำนักนายกรัฐมนตรี" แต่ไม่ได้ขาดจากตำแหน่งเดิม ก็เพื่อเปิดทางให้คณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี คลิปเสียงสนทนาระหว่าง "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เกี่ยวกับคดีคนร้ายลอบยิงรถ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกส่งต่อให้สื่อมวลชน

โดยผลการตรวจสอบระบุว่า พล.ต.อ.วิระชัย ไม่ผิดวินัย แต่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก่อนรายงานให้นายกฯ รับทราบ จากนั้น "บิ๊กต้อย" ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ "บิ๊กตู่"  เพื่อขอกลับมาทำหน้าที่เดิมใน ตร. 

ทว่า ครั้งแรกไม่มีสัญญาณตอบรับ จึงทำหนังสือทวงถามเป็นครั้งที่ 2 จนทำให้ "บิ๊กตู่" ต้องออกคำสั่งที่ 219/2563 ลงวันที่ 23 ก.ค.63 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดังเดิม ไม่เช่นนั้นจะผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


ส่วนหนทาง ที่ "บิ๊กโจ๊ก" จะกลับเข้ามาเป็นตำรวจได้ 
 
ประการแรก ตำแหน่งรองรับ ต้องเทียบเคียงกับตำแหน่ง "ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" ในระดับ "ผู้ช่วย ผบ.ตร." 
ประการที่สอง ผู้ที่ทำเรื่องเสนอคือ "ผบ.ตร." 
และประการสุดท้าย ต้องได้รับการอนุมัติจาก "นายกรัฐมนตรี"  

แต่เมื่อ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน คือโจทย์เก่าอย่าง "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา การกลับมาเป็นตำรวจของ "บิ๊กโจ๊ก" จำต้องขยับออกไปก่อน เพื่อรอช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังแต่งตั้งโยกย้ายสีกากีผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งจะประจวบเหมาะกับการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ "บิ๊กตู่" กำลังปล่อยมือจาก ตร.เพื่อไปทำหน้าที่ "หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ" อย่างเต็มที่ แล้วให้ "บิ๊กป้อม" เข้ามากำกับดูแล ตร.แทน 

สำหรับประเด็นที่วิเคราะห์ว่า หาก ผบ.ตร.คนใหม่ เป็น "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เพื่อนรัก "บิ๊กแป๊ะ" ที่กำลังได้รับการผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตู และจะเกษียณอายุราชการในปี 65 อาจทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" ต้องรอยาว ๆ ไปถึง 2 ปี  หรือหากเป็น “บิ๊กนู" พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก นรต.38 รอง ผบ.ตร. ที่เกษียณอายุราชการปี 64 ที่เส้นทางของบิ๊กโจ๊กจะสะดวกสดใสกว่า แต่อาจต้องรอไปถึงปีหน้า

ดังนั้นไม่ว่าจะ 1 ปี หรือ 2 ปี ก็ถือว่าช้าเกินไป จึงเป็นไปได้สูงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเปิดตำแหน่งพิเศษให้ "บิ๊กโจ๊ก" กลับมาเป็นตำรวจในปลายปีนี้



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน