วิเคราะห์ประเด็นร้อน

4 กุมารลอยตัวได้ไปต่อ 'นักเลือกตั้ง' อกแตกตาย

10 กรกฎาคม 2020 เวลา 0:00
4 กุมารลอยตัวได้ไปต่อ 'นักเลือกตั้ง' อกแตกตาย
เปิดอ่าน 5,465

4กุมารพลังประชารัฐ แม้จะลาออกจากพรรค แต่ 'บิ๊กตู่' ยังการันตีเก้าอี้รัฐมนตรี

ชัดเจนและเป็นทางการแล้วสำหรับการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของ '4 กุมาร' ทั้ง 'อุตตม สาวนายน' รมว.คลัง 'สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์' รมว.พลังงาน 'สุวิทย์ เมษินทรีย์' รมว.อุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค และ 'กอบศักดิ์ ภูตระกูล' รองเลขาธิการนายกฯ

เป็นที่ทราบกันดีว่าทั้งสี่คนเป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐและนำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อเสร็จศึกแล้ว การเชือดขุนพลย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

ปัญหาของพรรคพลังประชารัฐ ถ้าดูในเชิงโครงสร้างจะพบว่าอุดมไปด้วย 'นักเลือกตั้ง' ที่ล้วนเคยแอบอิงกับกลุ่มอำนาจเก่าแทบทั้งสิ้น เคยรับใช้นายใหญ่ในยุคเกรียงไกรที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมือง แต่เมื่อยุคของนายใหญ่สิ้นสุด เหมือนผึ้งแตกรัง แยกย้ายไปหารังใหม่

บางกลุ่มการเมืองได้กลุ่มทุนใหญ่ที่เคยล้มละลายบางกลุ่มเป็นผู้สนับสนุน โดยเวลานั้นเจ้าของกลุ่มทุนใหญ่ดังกล่าวมีความหวังว่าอยากจะเป็นนายกฯ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์แบบเดียวกับพรรคไทยรักไทย แต่ความฝันต่างกับความจริงสิ้นเชิง เพราะการอาศัยจมูกของนักเลือกตั้งหายใจนั้นย่อมมีค่าใช้จ่าย ถึงขนาดนั้นที่นักเลือกตั้งพวกนั้นมองว่าผู้สนับสนุนเป็นตู้เอทีเอ็ม สุดท้ายพรรคการเมืองสายกลางที่อยากทำให้เป็นจริงต้องล่มสลายลงในที่สุด

สภาพของสี่กุมารวันนี้ อยู่บนความเหมือนที่แตกต่าง ความเหมือน คือ ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่มีความเป็นดาวฤกษ์ในตัวเอง และต้องยืมจมูกนักเลือกตั้งหายใจ ส่วนที่แตกต่าง คือ ไม่ได้ตกอยู่ในสภาพตู้เอทีเอ็มที่ถูกสูบ   




ดังนั้น จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมายิ่งเป็นการตอกย้ำบรรดานักเลือกตั้งที่ไม่รู้จักอิ่ม จะไม่ต่างอะไรกับปรสิตที่คอยกัดกินจนไม่เหลือสภาพความเป็นพรรคการเมือง แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแห้งตายแบบนั้น

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ 'พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา' นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงแม้พล.อ.ประยุทธ์ จะอ่อนพรรษทางการเมืองก็จริง แต่ด้วยอำนาจและบารมีที่สั่งสมมาย่อมมีพลังมากพอที่จะทำให้พรรคพลังประชารัฐทำงานต่อไปได้ จึงไม่แปลกที่เมื่อนายกฯประกาศชัดเจนว่ายังไม่มีการปรับครม.ในเวลานี้ อันเป็นการการันตีให้กับเก้าอี้รัฐมนตรีของ 4 กุมาร ปรากฎว่าไม่มีเสียงบ่นจากฝั่งตรงข้ามในพรรคเลยแม้แต่น้อย

ประกอบกับ การให้ 'อุตตม' ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2564 ย่อมเป็นหลักประกันที่ชัดเจนว่ารมว.คลังในสถานการณ์นี้ยังคงเป็น 'อุตตม สาวนายน' คนเดิมต่อไป เมื่อหัวหน้าสี่กุมารยังได้ไปต่อเท่ากับกุมารอีก 3 คนย่อมยังไม่หายไปไหนเช่นกัน

ต้องย้ำกันอีกครั้ง 'สมคิด จาตุศรีพิทักษ์' รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย 4 กุมาร คือ ทีมเศรษฐกิจที่ดีที่สุดที่พล.อ.ประยุทธ์มีในมือเวลานี้ การเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจไม่ได้เป็นเรื่องยาก แต่การหาทีมเศรษฐกิจใหม่นั้นยากยิ่งกว่า

การทำงานของทีมเศรษฐกิจไม่ได้ประสานงานแค่คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังต้องทำงานประสานงานกับรัฐราชการอีกด้วย 'สมคิด' และคณะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานกับกลไกนี้มาเป็นเวลานาน รากฐานและเครือข่ายภายในระบบราชการย่อมแข็งแรงไม่น้อยสามารถชี้นกเป็นนกและชี้ไม้เป็นไม้มาแล้ว ยังไม่นับกับความสัมพันธ์กับกลุ่มทุนนอกรัฐบาลที่สมคิดและคณะได้เชื่อมต่อกันแนบสนิทที่นำมาสู่โครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นฐานสำคัญให้กับพรรคพลังประชารัฐจนถึงปัจจุบัน


ความสำคัญของ 'สมคิด' ใครอยากรู้ว่ามีมากขนาดไหน ขอให้นึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งพล.อ.ประยุทธ์ รัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยครั้งนั้นถึงขั้นมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะมาดำรตำแหน่งรัฐมนตรี และเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แม้ว่าสมาชิกสนช.บางกลุ่มจะไม่พอใจ แต่ก็หลับหูหลับตายกมือสนับสนุนในที่สุด จนในที่สุดก็ได้เห็น 'สมคิด' เดินใส่ชุดขาวเต็มยศเข้าทำเนียบรัฐบาลในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอีกครั้ง

สมคิดและคณะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับพล.อ.ประยุทธ์มาตลอดหลายปี ทั้งการผลักดันโครงการสำคัญเพื่อสร้างฐานการเมืองให้กับพล.อ.ประยุทธ์ และ การบริหารนโยบายการเงินการคลัง เพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศ 

มองย้อนกลับไปแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะไม่มีสมคิดและทีมงาน หากจะบอกว่าตำแหน่งรัฐมนตรีในกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นโควต้าพรรคแต่เป็นโควต้าของ 'บิ๊กตู่' ก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งไม่ว่าใครจะมาแตะต้องไม่ได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯเท่านั้น

ดังนั้น การลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของ 4 กุมาร จึงไม่ต่างอะไรกับการประกาศลอยตัวเหนือความขัดแย้งภายในพรรค และปล่อยให้นักเลือกตั้งในพรรคตีกันเอง ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ใต้ปีกของพล.อ.ประยุทธ์ เต็มตัว

นับจากนี้คงต้องรอดูว่านักเลือกตั้งในพรรคพลังประชารัฐจะตีอกชกลมหรือไม่ต่อไป



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน