วิเคราะห์ประเด็นร้อน

'การเมือง’ปัจจัยต่อพ.ร.ก. ทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้!

26 มิถุนายน 2020 เวลา 7:30
'การเมือง’ปัจจัยต่อพ.ร.ก.  ทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้!
เปิดอ่าน 1,091

การคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในห้วงที่การเมือง มีการเคลื่อนไหวเช่นนี้ อาจเป็นทางเลือกที่ “พล.อ.ประยุทธ์” และรัฐบาลนำมาใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     ดูเหมือนว่า ข่าวคราวการจับกุมอาวุธสงครามจำนวนมาก ที่อ.แม่สอด จ.ตากวันก่อนฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัย จินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)จะให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการเมืองและการเตรียมการเพื่อสร้างสถานการณ์การเมืองเป็นหลัก

      สอดรับกับท่าทีของ“กองทัพ” ที่มองว่า อาวุธบางประเภท เช่นเอ็ม 79 ในอดีตเคยมีประวัติในการนำไปใช้ในการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์

      สวนทางกับท่าทีของกลุ่มเคลื่อน ไหวทางการเมืองทั้งคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) นำโดย อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์

    หรือ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยนำโดยนายอานนท์ นำภา ที่ออกมาเคลื่อนไหว“รำลึก88ปีอภิวัติสยาม” 24 มิ.ย. 2475 รวมถึงกลุ่มการเมืองและนักการเมือง กลุ่มอื่นๆ

     ที่ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายรัฐว่า การจับกุมที่ดูเหมือนจะมาสอดรับกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆในห้วงที่มีการรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเช่นนี้

      เป็นการจัดฉากของฝ่ายรัฐหรือไม่?




      ถัดมาอีกเพียง1วันคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 ที่มี “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา”เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นประธาน ยังมีมติขยายเวลาบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 หรือ“พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ออกไปอีก1 เดือน

      ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อรองรับการผ่อนคลายกิจกรรมในเฟส5 ที่ล่อแหลมหรือสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แม้ทางสมช.จะยืนว่า การขยายพ.ร.ก.ในครั้งนี้ “ไม่มีนัยยะทางการเมือง”

      เห็นได้จากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.มีการทำกิจกรรมทางการเมือง ก็ไม่มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้าไปดำเนินการ เพราะมีพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะอยู่

      คำยืนยันจากฝ่ายรัฐแม้ยืนยันหนักแน่นว่าการขยายพ.ร.ก.เป็นเรื่องของการสกัดไวรัส

      แต่การคงไว้ซึ่ง “พ.ร.ก.ก.ฉุกเฉิน” ในห้วงที่มีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่นนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่ง“ผลดี” ให้กับรัฐบาล มากกว่า“ผลเสีย”  หรือหากจะเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ก็คงจะไม่ผิดสักเท่าไรนัก

      ต้องไม่ลืมว่าหน่วยงานที่ชงเรื่องนี้อย่าง “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” หรือ“สมช.”ถือเป็นหน่วยงานด้านการข่าวที่สำคัญของรัฐบาล และยังเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานสำคัญทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หน่วยข่าวเหล่าทัพ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)ตำรวจ สันติบาล

      ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้จะทราบความเคลื่อนไหวของนักการเมือง กลุ่มการเมืองและนักเคลื่อนไหวเป็นอย่างดีว่ากำลังเคลื่อนไหวหรือทำอะไร


 

       ดังนั้นจากการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ โดยยึดเอาเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการ“ยิงเลเซอร์”ตามหาความจริง เหตุการณ์ชุมนุมปี53,การเคลื่อนไหวรำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535 จนมาถึงการรำลึก88ปีอภิวัติสยาม24 มิ.ย. 2475

        หรือแม้แต่กรณีการหายตัวไปของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่หายตัวไปจากบริเวณหน้าที่พัก ในกรุงพนมเปญ ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา

        ต่อให้รัฐบาลหรือตัว“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะอ้างเหตุผลผลทางด้านสาธารณสุขอย่างไร

       แต่ด้วยปัจจัยทางการเมืองที่รอหวังหวะออกมาเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะในขณะนี้แล้ว

         แม้สถานการณ์โควิดจะเริ่มคลี่คลายลง การคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงอาจเป็นทางเลือกที่ “บิ๊กตู่” และรัฐบาลนำมาใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน