วิเคราะห์ประเด็นร้อน

งบประมาณ 2564 สู่จุดเปลี่ยน 'ยุบสภา' ?

24 มิถุนายน 2020 เวลา 0:30
งบประมาณ 2564  สู่จุดเปลี่ยน 'ยุบสภา' ?
เปิดอ่าน 4,216

'ยุบสภาผู้แทนราษฎร' ความเป็นไปไม่ได้ที่อาจเป็นไปได้ ภายใต้ปัจจัยที่คาดไม่ถึง

การเมืองเดินทางมาถึงจุดไฮไลต์สำคัญอีกครั้ง ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2564 วงเงินมากกว่า 3 ล้านล้านบาท ในวันที่ 1-3 ก.ค.

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้รัฐบาลต้องเผชิญกับสถานการณ์ลำบากเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุที่มีส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณประจำปีพ.ศ.2563 จนเป็นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาวินิจฉัย

เวลานั้นรัฐบาลก็กัดฟันลุ้นหนักพอสมควรว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร เนื่องจากตอนนั้นรัฐบาลอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำที่ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนในปัจจุบัน โดยหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณพ.ศ.2563 เสียไปทั้งหมด แน่นอนว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภาฯหรือลาออก

แต่เทพีแห่งโชคยังอยู่ข้างรัฐบาล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพียงแค่ให้กลับมาพิจารณาเป็นรายมาตราและลงมติใหม่อีกครั้ง ทำให้รัฐบาลผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี ก่อนที่จะเก็บแต้มและอยู่ในสถานะที่มีเสถียรภาพได้อย่างมั่นคงเหมือนในปัจจุบันตั้งแต่มีเหตุการณ์ยุบพรรคอนาคตใหม่และการร่วมลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีของส.ส.ฝ่ายค้าน

มาเวลานี้สถานการณ์ของพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณเปลี่ยนไป รัฐบาลไม่ได้มีสภาพเสียงปริ่มน้ำเหมือนอดีตแต่เป็นรัฐบาลที่พูดได้เต็มปากว่ามีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในทางกลับกันฝ่ายค้านกลับอยู่ในสภาพที่อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะการแพ้เลือกตั้งซ่อมส.ส.ถึงสามครั้ง ได้แก่ นครปฐม ขอนแก่น และลำปาง ความพ่ายแพ้ซ้ำซากของฝ่ายค้านยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยที่เคยเข้มแข็งนั้นยิ่งถูกพรรคพลังประชารัฐถ่างช่องว่างให้มากขึ้นเข้าไปทุกที




แต่กระนั้นการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณเวลานี้ไม่เพียงแต่สถานะของรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เปลี่ยนไปเท่านั้น เพราะอีกด้านหนึ่งภายใต้ความห่างระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐก็เริ่มมีเค้าลางที่อาจเกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองอย่าง "การยุบสภาฯ" ได้เช่นกัน โดยมีร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2564 เป็นหมุดหมายสำคัญ

รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐกำลังอยู่ในช่วงของการจัดรูปของพรรคใหม่ ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยมีการพูดกันว่าพล.อ.ประวิตร จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคชั่วคราวประมาณ 6 เดือนเท่านั้น เพื่อเข้ามากวาดล้างกลุ่มก๊วนภายในพรรคให้หมด เพื่อวางรากฐานของพรรคให้เข้มแข็งอีกครั้ง

เวลา 6 เดือนนี้ประจวบเหมาะกับกรอบเวลาการพิจารณางบประมาณกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาฯต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วันและวุฒิสภาจะมีเวลาอีก 20 วันในการพิจารณา รวมเป็นเวลา 125 วัน

สถานะของรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าไปแล้วก็ไม่มั่นคงพอสมควรเช่นกัน แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดจะคลี่คลาย แต่ปัญหาเศรษฐกิจและควาเหลื่อมล้ำกำลังก่อตัวขึ้นและมีความเป็นไปได้จะรุนแรงกว่าทุกครั้ง ยังไม่นับปัญหาความขัดแย้งภายในรัฐบาลที่อาจจะปะทุได้อีกครั้ง

ปัญหาเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจทางการเมืองด้วยการยุบสภาฯเพื่อล้างไพ่ใหม่ทั้งหมด ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้แก้ไขและตัวเองยังได้เปรียบเหนือกว่าทุกพรรค โดยเฉพาะการมีส.ว.เป็นกองหนุนที่พร้อมให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สาม

อ่านประกอบ : 'ลี เซียนลุง' นายกฯสิงคโปร์ ประกาศยุบสภา จับตาเลือกตั้งก.ค.นี้


แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่ต้องตัดสินใจยุบสภาฯได้นั้นขึ้นอยู่กับจังหวะทางการเมืองเป็นสำคัญ และคงไม่มีจังหวะได้จะเหมาะไปกว่าการที่ร่างกฎหมายงบประมาณได้ผ่านทั้งสภาฯและวุฒิสภา

ลองนึกภาพตามว่าจะมีรัฐบาลไหนบ้างที่สามารถคุมทรัพยากรของประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเท่ากับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือกฎหมายที่ว่านั้นอยู่ในมือถึง 5 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายงบประมาณ 2564 กฎหมายโอนงบประมาณ พระราชกำหนดกู้เงินและที่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิดอีก 3 ฉบับ ภายใต้กฎหมาย 5 ฉบับนี้จะนำมาซึ่งโครงการจำนวนมหาศาลที่จะลงเข้าไปในพื้นที่ของรัฐบาล ที่สามารถเปลี่ยนใจคนที่ไม่เคยรักพล.อ.ประยุทธ์ให้มาสนับสนุนได้

ไม่เพียงเท่านี้ มองไปยังฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองก็ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุนี้หากพล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจยุบสภาฯก็ไม่แปลก เพราะหากสามารถด้วยจำนวนส.ส.ที่มากกว่าทุกพรรคการเมือง จะได้กุมอำนาจด้วยความเบ็ดเสร็จเหมือนกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ดังนั้น ที่หลายคนอาจจับตามองการปรับคณะรัฐมนตรี แต่ความเป็นไปได้ในการยุบสภาฯเป็นเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน