วิเคราะห์ประเด็นร้อน

จับสัญญาณ "เรือแป๊ะ" เดิมพัน "เลือกตั้งท้องถิ่น"

7 มิถุนายน 2020 เวลา 7:00
จับสัญญาณ "เรือแป๊ะ" เดิมพัน "เลือกตั้งท้องถิ่น"
เปิดอ่าน 11,770

เมื่อความพร้อมทางการเมืองของรัฐบาล เป็นสัญญาณกำหนดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีขึ้นเมื่อใด

ยังเป็นโหมดการเมืองที่หลายฝ่ายกำลังเฝ้ารอว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลจะเปิดทางให้มีการ "เลือกตั้งท้องถิ่น" เมื่อใดภายหลังจะครบช่วงเวลาการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครบ 1 ปีเต็ม

ถึงแม้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน กระทรวงมหาดไทยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้มีการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น 7,852 แห่ง ใน 97,940 ตำแหน่งทั่วประเทศ ตั้งแต่การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) 76 แห่ง เทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 189 แห่ง เทศบาลตำบล 2,242 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) 5,313 แห่ง เมืองพัทยา 1 แห่ง และกรุงเทพมหานคร(กทม.) 1 แห่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วเป็น "ฐานทางการเมือง" ที่มีเดิมพันสูงไม่แพ้การเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 

ก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่นักการเมืองท้องถิ่น เรียกร้องให้รัฐบาล "เร่งปลดล็อค" ให้จัดเลือกตั้งโดยเร็ว แต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2563 คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าชี้แจงความคืบหน้ากรณีการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมด

ในวงประชุมครั้งนั้น พล.อ.อนุพงษ์ถูกรุมบี้ถามจาก กมธ.หลายคนว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะจัดขึ้นเมื่อใด โดยเฉพาะท้องถิ่น "ระดับใด" จะถูกเลือกตั้งเป็นแห่งแรก แต่แล้ว พล.อ.อนุพงษ์ อธิบาย 2 ขั้นตอนสำคัญในอำนาจจากหน่วยงาน 1.กรมการปกครอง ประกาศจำนวนราษฎรทั้งประเทศ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2563 ขณะนี้จำนวนประชากร อัพเดทอยู่ที่ฐานข้อมูล กกต. 2.ได้ควบรวมหมู่บ้านที่ประชากรไม่ถึง 25 คนใน 44 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตัวเลข "งบประมาณ" จัดเลือกตั้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) "เนชั่นสุดสัปดาห์" ตรวจสอบจากกมธ.ท้องถิ่นชุดนี้พบว่า มีเพียงท้องถิ่น 2 แห่งพร้อมจัดการเลือกตั้งแล้ว 1.กทม.งบเลือกตั้ง 240 ล้าน และเมืองพัทยางบเลือกตั้ง 1.2 ล้านบาท ส่วน อบจ. 76 แห่งไม่พร้อม 2 แห่ง แต่ 74 แห่งพร้อมทั้งหมด ส่วนเทศบาลนคร-เทศบาลเมือง-เทศบาลตำบล 2,399 แห่งมีความพร้อม แต่ไม่พร้อม 51 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลเมือง 2 และเทศบาลตำบล 49 แห่ง และอบต. 5,324 แห่ง มีความพร้อม 5,227 แห่งไม่พร้อม 97 แห่ง 




เงื่อนไขการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นที่หลายฝ่ายโยนกันไปมาว่าจะให้อำนาจที่ใคร แต่ใน พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2562 ในมาตรา 14 วรรค 2 ระบุไว้ชัดเจนว่า "ในกรณีที่ อปท.ใดมีรายได้ไม่เพียงพอสาหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตามความจำเป็น" ดังนั้นหากท้องถิ่นแห่งไหนขาดงบประมาณจัดการเลือก อยู่ที่ กกต.ขออนุมติจาก ครม.เพื่อให้การจัดเลือกตั้งท้องถิ่นเดินหน้าในตามกฎหมายระบุไว้

หัวใจสำคัญอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยส่งสัญญาณความพร้อม จะเสนอไปที่ ครม.พิจารณาเพื่อกำหนด "คิว" การเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ละรูปแบบใด จากนั้นเป็นอำนาจ กกต.กำหนดวัน-เวลาเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่

ระหว่างนั้นเองในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัส "โควิด-19" ได้มีคำสั่งและประกาศรองรับเพื่อเตรียมความพร้อมจัดเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 7 ฉบับทยอยประกาศออกมา อาทิ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (อ่านที่นี่) ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 (อ่านที่นี่) ไปจนถึงระเบียบ กกต. ว่าด้วยการจัดยานพาหนะโดยหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 (อ่านที่นี่)

โดยเฉพาะ พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ใน "บทเฉพาะกาล" มาตรา 142 นั้น ระบุเงื่อนไขและขั้นตอนไว้ว่า การเลือกตั้งครั้งแรกภายหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับให้เป็นอำนาจของครม. เห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้แจ้ง กกต.ทราบเพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง ทำให้ปัจจัยสำคัญไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเรื่องให้ ครม.ตัดสินใจ


เมื่อท้องถิ่นหลายแห่งยังอยู่ในสถานะ "รักษาการ" มายาวนานถึง 6 ปีเต็มตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจในปี 2557 ขีดเส้นใต้ 3 เส้นในตำแหน่ง "ผู้ว่าฯ กทม.-นายกอบจ." เป็นสนามเลือกตั้งที่ทุกขั้วอำนาจต้องการยึดพื้นที่ ขยายแต้มต่อทางการเมือง เมื่อหัวหาด "กทม.-อบจ." ถูกล็อคเป้าจากฝ่ายค้านและรัฐบาล "เงื่อนไข" ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขประมาณอย่างเดียว แต่ปัจจัยชี้วัดมาจากความพร้อมในองคาพยพและสรรพกำลังทางการเมืองของรัฐบาล จะเป็นสัญญาณกำหนดว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีขึ้นเมื่อใด

เมื่อพรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในสถานการณ์ "ฝุ่นตลบ" ต่อศึกในการจัดโครงสร้างอำนาจใหม่ภายในพรรค ทั้งหมดจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความชัดเจนการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งหลายกลุ่มการเมืองกำลังเฝ้ารอ "เส้นสตาร์ท" จัดเตรียมขุมกำลังทางการเมืองให้กลับมาดุเดือดในอีกไม่ช้า.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน