วิเคราะห์ประเด็นร้อน

เช็ค! แผงค้ำรัฐบาล ‘ประยุทธ์ 2/1’ ใต้เงา คสช.

22 พฤษภาคม 2020 เวลา 7:00
เช็ค! แผงค้ำรัฐบาล ‘ประยุทธ์ 2/1’ ใต้เงา คสช.
เปิดอ่าน 6,537

รายชื่อ 'ผบ.เหล่าทัพ- ผบ.ตร.' ชุดใหม่ คงไม่ผิดเพี้ยนไปจากนี้ เพราะทุกอย่างถูก 'คอนโทรล' ด้วย คสช.มาตั้งแต่ต้น จนกว่าภารกิจจะบรรลุเป้าหมาย

คงไม่มีใครกล้าพูดว่า เหตุการณ์ 22 พ.ค.2557 จะเป็น 'รัฐประหาร' ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ท่ามกลาง 'การเมือง'ที่ไร้เสถียรภาพ และ 'กองทัพ' ก็ไม่ได้ถอยกลับเข้า 'กรม กอง' อย่างที่ควรจะเป็น ทุกอย่างยังวนเวียนเป็นวัฎจักรนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเกิด 'รัฐประหาร' ที่กระทำสำเร็จทั้งหมด 13 ครั้ง เป็นทั้งการแย่งชิงอำนาจระหว่างทหารกับพลเรือน และ ทหารด้วยกันเอง แต่เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 19  ก.ย.2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ที่มี "บิ๊กบัง"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ยึดอำนาจรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลายเป็นผลสืบเนื่อง ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองผูกโยงกันมากว่า 10 ปี จนเป็นสาเหตุเกิด 'รัฐประหาร' 22 พ.ค.2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่ 'นายกรัฐมนตรี' หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง

ปฏิเสธได้ยากว่า การบริหารประเทศภายใต้ 'รัฐบาลทหาร' มี'กองทัพ' คอยค้ำยัน ส่งผลให้ "บิ๊กตู่" เป็น 'นายกรัฐมนตรี' ยาวนานถึง 5 ปี ส่วนหนึ่งมาจากการวางตัวบุคคลเป็น ‘ผบ.เหล่าทัพ- ผบ.ตร.’ทำหน้าที่ 'คอนโทรล' กำลังทหารและตำรวจ ควบคุมความเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายต่อต้านจึงเกิดความสงบเรียบร้อย

อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญให้ ‘พรรคพลังประชารัฐ’ (พปชร.)ชนะการเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 24 มี.ค.2562 จน "บิ๊กตู่"สามารถกลับขึ้นมานั่ง 'เก้าอี้นายกรัฐมนตรี' ได้อีกสมัย

ดังนั้นการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2563 ต้องจับตา "ผบ.เหล่าทัพ-ผบ.ตร"ชุดปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการกันยกแผงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ 'รัฐบาล' ที่ต้องเผชิญกับผลพวงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งปัญหา เศรษฐกิจ คนตกงาน ความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในและนอกสภา

ในขณะที่ การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) "ประยุทธ์ 2/1" โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ให้สอดรับกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลจากการปิดประเทศ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้กลับมายืนหยัดอีกครั้ง  ในขณะที่ พปชร. ก็ยังเคลียร์ปัญหาภายในกันไม่ลงตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้อายุของรัฐบาลสั้นลง




"บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.  เตรียมทหารรุ่น 22 (ตท.22)ถูกวางตัวให้รับไม้ต่อนั่ง 'ทบ.1' โดยผ่านการ 'คิวซี'จาก "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.  ที่เคยปฏิบัติงาน 'เคียงบ่าเคียงไหล่'ด้วยกันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ ธารโต-เบตง จ.ยะลา เมื่อปี 2547-2548 ในนามหน่วยเฉพาะกิจ 14 ว่าเหมาะสม และเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

ข้อดี"บิ๊กบี้" ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองใน 10 ปีที่ผ่านมา และเมื่อเข้ามาในไลน์ 5 เสือ ทบ.ยังคงรักษามาตรฐาน เว้นระยะห่างทางการเมือง ซึ่งนอกจากเป็น "น้องรักของ'บิ๊กแดง" แล้ว ยังเคยเป็นทหารฝ่ายเสธ.ของ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม  น้องรัก ของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

และหนึ่งเดียวของเหล่าทหารม้า  "บิ๊กแก้ว" พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ตท.21  'เพื่อนรักต่างรุ่น' ของ "บิ๊กแดง" ที่กำลังชิมลางงานในหน้าที่หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เพื่อเตรียมพร้อมรับช่วงขึ้นเป็น ผบ.ทสส. ต่อจาก "บิ๊กกบ" พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ในเดือน ก.ย.นี้

"บิ๊กแก้ว" เป็นทหารม้าเติบโตในสายผู้บังคับหน่วยรบ และสายอำนวยการ เคยผ่านเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมาหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ก็มีส่วนเขียนแผน “จักรพงษ์ภูวนาถ” ในศึกเขาพระวิหาร เมื่อปี 2554 มาแล้ว

อีกทั้ง "บิ๊กบี้" และ "บิ๊กแก้ว"ต่างก็เป็นทหารที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรหน่วยทหารรักษาพระองค์เป็นเวลา 3 เดือน และได้เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ในขณะที่ “บิ๊กแดง” เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904

 


ที่เดาใจยากสุด “บิ๊กลือ”พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ได้จัดทัพวาง 3 แคนดิเดท ให้ทุกคนมีลุ้น ทั้งๆที่มีชื่อในใจอยู่แล้ว ประกอบด้วย “บิ๊กช่อ” พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ ตท.19 มีความอาวุโสสุด และยังเป็นอัตรา ‘พลเรือเอกพิเศษ’อีกด้วย

ส่วน “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน  ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็นกำลังหลักของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ( ศรชล.) และ พ.ร.บ.รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ฉบับ 2562 หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคงทางทะเล  ที่ทำให้กองทัพเรือ ต้องปรับโครงสร้างในการจัดตั้ง กอ.รมน.ทะเลขึ้น ในขณะที่ “บิ๊กแก๋ง” พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม  เสธ.ทร.ก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง

ด้านทัพฟ้า ยังสูสีคู่คี่ ระหว่าง"บิ๊กจ้อ"พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุนศรี ผู้ช่วย  ผบ.ทอ. ‘ตท. 20 ‘ นายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการวางระบบเครื่องบินกริพเพนเข้าประจำการ จนถูกเรียกว่าเป็น ‘สายกริพเพ่น’ก่อนกลับมาเติบโตในกรมยุทธการทหารอากาศ และ "บิ๊กต่วย" พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ ต่ายทอง เสธ.ทอ. ‘ตท. 21 ‘ ที่เติบโตมาในสายกำลังพลอีกคน

ฝากฝั่ง 'ปทุมวัน' ต้องจับตาไปที่ ตำรวจมือสอบสวนและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี อย่าง "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ‘ตท. 20 ‘ และ นักเรียนตำรวจรุ่น 36 (นรต.36)  รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง นอกจากได้รับเสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 แล้ว ยังมีแรงหนุนจากเพื่อนรัก ทั้ง “บิ๊กแดง” และ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร)

แต่ที่ไม่ควรมองข้าม “บิ๊กนูญ” พล.ต.อ.มนูญ เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ‘นรต.38’ อดีตหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ‘อดีตนายกฯทักษิณ’ มีผลงานโดดเด่นเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีกับทางการจีน ในการประสานความร่วมมือติดตามอาชกรรมข้ามชาติ และด้วยนิสัยอ่อนน้อม ถ่อมตน สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่าย แม้แต่ “บิ๊กตู่ -บิ๊กป้อม”ก็ชื่นชอบ เพราะตอบสนองงานได้ครบถ้วน 

‘แผงค้ำบัลลังค์' ชุดใหม่ของรัฐบาล แม้บางเหล่าทัพอาจจะสลับตัวบุคคลในช่วงโค้งสุดท้าย ของการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2563 และ ‘โผสีกากี’ แต่รายชื่อคงไม่ผิดเพี้ยนไปจากนี้ เพราะทุกอย่างถูก ‘คอนโทรล’ด้วย คสช.ตั้งแต่ต้น จนกว่า ‘ภารกิจจะบรรลุเป้าหมาย’ !



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน