วิเคราะห์ประเด็นร้อน

3ป.เช็กเรตติ้งชน“ธนาธร”

15 ธันวาคม 2019 เวลา 21:32
3ป.เช็กเรตติ้งชน“ธนาธร”
เปิดอ่าน 2,500

เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา เป็นการเช็กเรตติ้งและกองเชียร์ว่าของใครเยอะกว่าระหว่าง3ป.กับธนาธร

 

“ขออย่าทำอะไรที่เกิดปัญหา ที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันทำคุณงามความดีให้กับแผ่นดิน แผ่นดินทองของไทย การเดินทางมาวันนี้ ไม่ใช่การหาเสียง แต่มาร่วมกิจกรรม ที่แล้วมารัฐบาลออกหลายมาตรการ เช่น ชิมช้อปใช้ ที่หลายคนมองว่าไม่เกิดประโยชน์ แต่แท้จริงแล้ว เกิดประโยชน์ และไม่ใช่การหาเสียงจากพรรครัฐบาล เพราะเป็นการช่วยประชาชนให้ออกมาใช้จ่าย 

 

วันนี้เราต้องการความรัก ความสามัคคีมากที่สุด ถือว่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เราต้องเผื่อแผ่แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เราต้องเป็นหนึ่งเดียว อย่าให้ใครมาทำลายความเป็นหนึ่งเดียวของพวกเรา" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯกล่าวระหว่างเปิดงานถนนคนเดินที่สีลม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2562

 

คล้อยหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ปลุกคนมาชุมนุมในสไลต์“แฟลชม็อบ” ที่สกายวอล์ค หน้าหอศิลป์กรุงเทพ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อต่อสู้ให้ ธนาธร และพรรคอนาคตใหม่

 

นับเป็นการจุดไฟม็อบแบบใหม่ขึ้นมา โดยอาศัยสื่ออนาคตใหม่ หรือสื่อสีส้ม ที่มารดาธนาธร ถือหุ้นใหญ่ และอาศัยช่องทางโซเชียล เพื่อดึงคนมาชุมนุม

 

ครั้งแรกต้องนับว่า สถานการณ์เป็นใจเพราะว่าอาณาบริเวณดังกล่าว มีการจัดคอนเสิร์ตสำหรับวัยรุ่น และย่านสยามเป็นย่านที่วัยรุ่นไปเดินอยู่แล้ว เลยทำให้ดูเหมือนว่ามีแนวร่วมของธนาธร หนาตา

 

การชุมนุมหรือการจัดม็อบของธนาธร ขึ้นมานั้นก็เพื่อต้องการแสดงพลังภายหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกมติกกต.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค

 

“การต่อสู้ดังกล่าวผมมองว่าไม่ใช่การจุดชนวนให้การเมือง หรือสังคมเกิดความขัดแย้ง เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผมมองว่าความขัดแย้งในประเทศไม่เคยยุติ เพียงแค่ถูกกดหัวไว้เท่านั้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีการจัดสรรอำนาจให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม"

 

ธนาธร กล่าวเมื่อวันที่14 ธันวาคม2562
 




นอกจากนี้ ธนาธร ยังยืนยันว่าเขาไม่ใช่กลุ่มคนชังชาติเหมือนข้อกล่าวหาของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย และย้ำว่าการนัดชุมนุมไม่ใช่เพื่อพรรคอนาคตใหม่ แต่เพื่อความยุติธรรมและความเท่าเทียมของสังคม

 

ความจริงกิจกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกจัดวางเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว โดยแม่งานดังกล่าวเป็นฝีมือของ สกลธีภัทธิยกุล รองผู้ว่ากทม. ด้วยการจัดงานวอล์คกิ้งสตรีท หรืองานถนนคนเดินเพื่อปลุกกำลังการซื้อของประชาชน เล็งเอาถนนสายสำคัญของกทม.เป็นสถานที่จัด แล้วเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นประธาน

 

แต่เบื้องลึกเบื้องหลังก่อนที่จะเกิดงานนี้ได้ คนที่ไฟเขียวให้ก็คือ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขณะเดียวกัน บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยนั้น ในฐานะกำกับกทม.อีกที

 

ว่ากันว่า นับแต่การนัดรับประทานอาหารของพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ เพื่อแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล บทบาทของ3ป.ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

บิ๊กป๊อก คนพูดน้อยต่อยหนัก คือหนึ่งในการเดินเกมการเมือง เพื่อสยบ“ตัวป่วน” ในพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และเทพไท เสนพงศ์

 

อย่าลืมว่า บิ๊กป็อก คือคนที่ต่อสู้กับเสื้อแดง เคียงบ่าเคียงไหล่กับรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯขณะนั้น เพราะ บิ๊กป๊อก คือผบ.ทบ.

 


วันนี้อาจจะต้องมีการ“ทวงบุญคุณ”กันบ้างเพราะวันนั้นหากไม่มี บิ๊กป๊อก ยังไม่รู้ว่า อภิสิทธิ์ จะเป็นอย่างไร ดังนั้นกลุ่มคนที่ออกมาป่วนในพรรคประชาธิปัตย์ก็คือคนรอบกายก๊วนของ อภิสิทธิ์ นั้นเอง

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ 3ป.เดินหน้าเล่นการเมืองในระบบรัฐสภา เมื่อสภามีปัญหาเสียงปริ่มน้ำก็ใช้วิธีการทางการเมืองในการแก้ไขปัญหา

 

ขณะที่ ธนาธร เริ่มเบื่อหน่ายระบบรัฐสภา เพราะตัวธนาธร ไม่ได้เข้าสภา แถมพรรคยังถูกกกต.สั่งยุบ ธนาธร จึงบ่ายหน้าลงถนน เล่นการเมืองนอกสภาแทน

 

ดังนั้นเสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา จึงเป็นการเช็กเรตติ้งโชว์กองเชียร์ว่า ของใครคนจะมากกว่ากันระหว่าง การเมืองในระบบรัฐสภา กับการเมืองข้างถนน

 

แต่ดูเหมือนว่า บิ๊กตู่ จะจับจุดอ่อนของ ธนาธร ได้ เพราะประชาชนเขาเบื่อหน่ายม็อบและการชุมนุมข้างถนน ที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก และทำให้บรรยากาศการค้าขายซบเซา

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน