วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ขยายสัญญาสภาใหม่ครั้งที่ 4 จับตาซ้ำรอยค่าโง่

9 ธันวาคม 2019 เวลา 17:46 น.
เปิดอ่าน 278

มีหลายประเด็นที่เป็นข้อเคลือบแคลงในการต่อสัญญาครั้งที่ 4 จนต้องตั้งกรรมการสอบสวนเลขาฯสภา

เป็นอีกหนึ่งอภิมหาโครงสร้างที่ประชาชนต่างจับตามองด้วยใจระทึกว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์ค่าโง่หลายครั้งแบบในอดีตหรือไม่ สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพราะจับไปตรงไหนดูเหมือนจะมีปัญหาไปเสียทั้งหมด

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นในเกือบทุกจุดนั้นส่งผลให้ต้องมีการขยายระยะเวลาการก่อสร้างมาแล้วถึง 3 ครั้ง

 

1.การขยายระยะเวลา ครั้งที่ 1 (25 พ.ย. 2558 – 15 ธ.ค. 2559) จำนวน 387 วัน โดยมีสาเหตุที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่าเนื่องจากผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ล่าช้า  และปัญหาอุปสรรคการนำดินขุดที่เหลือใช้จากการก่อสร้างเสาเข็มนำออกไปไว้นอกโครงการก่อสร้าง

 

2.การขยายระยะเวลา ครั้งที่ 2 (16 ธ.ค.2559 – 9 ก.พ.2561 ) จำนวน  421 วัน  โดยมีสาเหตุที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่าเนื่องจากปัญหาอุปสรรคจากความล่าช้าในการย้ายดินขุด เพื่อก่อสร้างชั้นใต้ดิน

 

3.การขยายระยะเวลา ครั้งที่ 3 (10 ก.พ. 2561 – 15 ธ.ค.2562 ) จำนวน 674 วัน โดยมีสาเหตุที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่า เนื่องจากปัญหาอุปสรรคจากความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ ครั้งที่ 4 บริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะ พื้นที่ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ดุสิต และศูนย์สาธารณสุข38 กรุงเทพมหานคร พื้นที่ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้าและพื้นที่บ้านพักข้าราชการกรมการอุตสาหกรรมทหาร (อท.ศอพท.)

 

 

 

ทั้งนี้ ล่าสุดมีรายงานสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปเป็นครั้งที่ 4 แล้วเมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยอนุมัติให้ขยายเวลา 382 วันจากเดิมที่ผู้รับจ้างขอไว้ที่ 502 วัน การขยายระยะเวลาตามสัญญาออกไปนั้นนำมาซึ่งกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสอีกครั้ง โดยเฉพาะ 'วัชระ เพชรทอง' อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทบทวนการต่อสัญญาเมื่อสัปดาห์ทีผ่านมา เพราะหน่วยงานภายในของสภาฯเองได้ให้ความเห็นว่าการขยายสัญญาอาจมิชอบด้วยกฎหมาย

 

"กลุ่มงานพัสดุ  มีข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักการคิดในการขยายเวลาการก่อสร้างให้กับผู้รับจ้าง  เมื่อพิจารณาตามสัญญาจ้างก่อสร้างเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 ผนวก 16 การประสานงานระหว่างผู้รับจ้างหลักและผู้รับจ้างอื่น ผู้รับจ้างไม่สามารถยกเอาเหตุที่ผู้รับจ้างรายอื่นๆ รายใดรายหนึ่ง หรือหลายรายทำงานล่าช้า  ขึ้นเป็นข้ออ้าง  เพื่อขอขยายเวลาทำงานอีกไม่ได้ " เหตุผลของวัชระที่ระบุไว้ในหนังสือที่ยื่นต่อ 'ชวน หลีกภัย' 

 

การตรวจสอบจากนอกสภาไม่ได้มีแค่ 'วัชระ' เท่านั้น แต่ 'วิลาศ จันทร์พิทักษ์' อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เตรียมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบถึงความโปร่งใสในการขยายเวลาสัญญาด้วยเช่นกัน

 

โดยเหตุผลที่ 'วิลาศ' ใช้อ้าง คือ หนังสือจากบริษัทผู้รับจ้างที่ขอขยายระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 502 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2562 ถึง 30 เม.ย.2564 แต่จากการฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมการต่างๆ เห็นควรให้ขยายเวลา 382 วัน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยให้เหตุผลว่ารัฐสภาได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของแผนงานหรือแก้ไขงาน และมีการเข้าไปใช้งานทั้งที่ยังไม่เสร็จ 

 

“ตอนนี้ข้าราชการในสภาเริ่มทนไม่ไหว จึงได้ส่งรายละเอียดมาให้ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ต่างมาจากข้าราชการในสภาทั้งนั้น ผมคิดว่าไม่ควรต่อสัญญาแต่ควรให้ผู้รับจ้างจ่ายค่าปรับ ซึ่งสัญญาต้องจ่ายวันละ 12.28 ล้านบาท พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบเลขาธิการสภาฯ ว่ามีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทหรือไม่” วิลาศ ระบุ

 

ขณะเดียวกัน กระบวนการตรวจสอบกันเองในสภาขณะนี้โดยหลักจะอยู่ที่คณะกรรมการตรวจสอบที่ประธานสภาฯตั้งขึ้นโดยมี 'นัฑ ผาสุข' เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธาน ซึ่งจะเน้นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของเลขาธิการสภาฯว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ โดยไม่ได้ลงในรายละเอียดเกี่ยวกับความชอบในการขยายระยะเวลาสัญญาการก่อสร้าง

 

แต่กระนั้นในส่วนของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาร่วมตรวจสอบเช่นกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้เชิญตัวแทนจากผู้รับจ้างก่อสร้างเข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ

 

'มานะศักดิ์   จันทร์ประสงค์' ส.ส. นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่า ในประเด็นนี้เหล่านี้คณะกรรมาธิการฯได้สอบถามอย่างตรงไปตรงมาว่าหากมีการขยายสัญญาแล้ว การก่อสร้างจะเสร็จสิ้นหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่ามีความเป็นไปได้น่าจะก่อสร้างได้แล้วเสร็จ เพราะเวลานี้การก่อสร้างได้มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร อีกทั้งได้มีการเพิ่มจำนวนแรงงานที่มาใช้สำหรับการก่อสร้างเป็นจำนวนประมาณ 5 พันคนพลัดกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

 

โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม คิดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาหรือไม่คงต้องรอดูการก่อสร้างภายหลังจากเดือนม.ค.2563 ว่ามีความคืบหน้าไปแค่ไหน แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยเฉพาะห้องสุริยันที่ใช้สำหรับการประชุมสภาฯและห้องประชุมคณะกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯหวังว่าจะไม่มีการขยายสัญญาเป็นครั้งที่ 5