วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ซักฟอกเลื่อนข้ามปี

8 ธันวาคม 2019 เวลา 14:10 น.
เปิดอ่าน 723

หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนกุมภาพันธ์ ปี63 จะทำให้ฝ่ายค้านซักฟอกได้ 2 ครั้ง

หากไม่นับเหตุการณ์ประชุม “สภาล่ม” ถึงสองครั้งติดต่อกันในสองวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านย่อมเป็นไฮไลต์ในช่วงปลายปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นไฮไลต์สำคัญ คือ สภาพการเป็นเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

 

ที่ผ่านมานับตั้งแต่รัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 จนมาถึงรัฐธรรมนูญ 2550 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่ชุดล้วนได้เสียงข้างมากแบบเด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ละครั้งรัฐบาลสามารถชนะโหวตได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าฝ่ายค้านจะมีข้อมูลเด็ดหรือมีลีลาการอภิปรายดุเดือดขนาดไหน ก็ไม่อาจทำให้รัฐบาลระคายผิวได้เลยแม้แต่ เนื่องจากเป็นฝ่ายกุมเสียงข้างมากนั่นเอง

 

ผิดกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่ด้วยอภินิหารของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลมีเสียงเด็ดขาดในสภา จึงส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นผู้นำเสียงปริ่มน้ำสมดั่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำนั้นได้สร้างผลกระทบต่อรัฐบาลให้เห็นแล้ว ดังจะเห็นได้จากการประชุมสภาล่มสองครั้งติดต่อกัน โดยเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

จากการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำถึงขนาดแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้านมาแล้ว จึงไม่แปลกที่ฝ่ายค้านจะพยายามชิงจังหวะนี้เพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะแม้ในมือฝ่ายค้านอาจจะยังไม่มีทีเด็ดมากนัก แต่ด้วยเสถียรภาพของรัฐบาลที่มีปัญหา แน่นอนว่าโอกาสที่ฝ่ายรัฐบาลจะแพ้โหวตจนถึงขนาดเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก็เป็นไปได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านเหมือนตกอยู่ในภาวะ ‘บุญมีแต่กรรมบัง’และฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทำให้การอภิปรายไมไว้วางใจของฝ่ายค้านต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2563

 

‘สุทิน คลังแสง’ ประธานคณะกรรมประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงเหตุผลที่ต้องเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปว่า “1.ได้มีการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแล้วเห็นว่า คำว่า หนึ่งปีที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้เป็นระยะเวลาตามปีปฏิทิน ทำให้ฝ่ายค้านไม่จำเป็นจะต้องยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีนี้ 2.หากมีการยื่นในเดือนธันวาคม จะเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดจนเกินไป เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และ 3.ได้รับแจ้งจาก ส.ส.ว่าติดภาระกิจเป็นจำนวนมาก ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงคิดว่าควรเลื่อนการปภิปรายออกไปก่อน เป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2563”

 

ทั้งนี้ การเลื่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเป็นเดือนก.พ. ปี 2563 แม้ด้านหนึ่งจะไม่ได้เป็นการตีเหล็กตอนร้อน แต่อย่างน้อยก็ทำให้ปี 2563 สามารถยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ถึง 2 ครั้ง

 

เหตุที่ทำให้ปี 2563 เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ถึงสองครั้ง สืบเนื่องจากการที่ปีที่ 1 ของสมัยประชุมสภามีช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับเวลาของปีปฏิทินระหว่าง 2562-2563 โดยปีที่1 ของสภา คือ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ย.2562 และ เดือนพ.ย.2562-เดือนก.พ.2563 ส่วนปีที่ 2 ของสมัยประชุมสภาทางสภาจะมากำหนดกันอีกครั้ง ซึ่งจะเริ่มขึ้นช่วงกลางปี 2563 ด้วยเหตุนี้จึงไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดห้ามไม่ให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิน 1 ครั้งในปีรอบ1 ปี

 

“หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 จะทำให้ฝ่ายค้านสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางได้ 2 ครั้งเนื่องจากในปี 2563 สภาจะมี 2 ปีการประชุม” ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุ

 

///////////