วิเคราะห์ประเด็นร้อน

เปิดอัตราค่าเลี้ยงงูเห่า

4 ธันวาคม 2019 เวลา 22:49 น.
เปิดอ่าน 3324

คงต้องไปถาม สุทิน คลังแสง ว่าค่าเลี้ยงดูงูเห่า เขาจ่ายเลข8หลัก นั้นจ่ายจริงเท่าไหร่ 10 หรือ 20 ล้าน

ในที่สุด ที่พูดกันว่ามีงูเห่าในสภานั้นก็เป็นจริง

 

มีให้เห็นและพิสูจน์ได้แล้วในการลงชื่อเพื่อทำให้องค์ประชุมครบ ทำให้สภาไม่ล่ม และทำให้ฝ่ายค้านพ่ายแพ้ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อด่า คสช. ตามมาตรา44

 

มีคำถามตามมาว่า แล้ว “งูเห่า” ที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากใครและจะมีอีกต่อๆไปในสภาไทยยุคนี้ใช่หรือไม่

 

ตอบเลยว่าใช่ จะมีไปเรื่อยๆ ตราบใดที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และฝ่ายค้านเสียงแปร่งๆแบบนี้

 

ไม่มีทางที่จะแก้ไขหรือเป็นอย่างอื่นไปได้

 

เพราะรัฐบาลมีความจำเป็นในการหาเสียงมาเติมเพื่อให้งานในสภาเดินต่อไปได้ หากทำได้ รัฐบาลต้องการให้สส.ฝ่ายค้านที่มีใจให้กับรัฐบาลย้ายมาสังกัดรัฐบาลเลย

 

เท่าที่ดูเห็นจะมีเฉพาะพรรคเศรษฐกิจใหม่ เท่านั้นที่น่าจะย้ายมาสังกัดรัฐบาลได้ เพราะ4เสียง อย่างน้อยก็น่าจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยสักตัว

 

แต่พรรคประชาชาติ 1 คน พรรคเพื่อไทย3คนและพรรคอนาคตใหม่2คน ไม่น่าจะมาได้

 

แต่ใสนอนาคตหาก พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะมีสส.นับสิบย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นกับว่า พปชร. ต้องการเสียงมาเติมเท่าไหร่ จึงจะไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่และกรรโชกจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

 

 

หากต้องการมาคานพรรคประชาธิปัตย์ ต้องหามาเพิ่ม53เสียง แต่หากต้องการเอามาค้านพรรคภูมิใจไทย ต้องหามา51เสียง

 

จึงจะแก้ปัญหาการ”เล่นตัว”และ”งอแง”ของพรรคร่วมได้

 

ในการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านต่อการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯมาตรา44 น่จะส่งสัญญาณให้พรรคร่วมด้วยกันเห็นแล้วว่า พลังประชารัฐ ทำได้

 

ฉะนั้นพรรคร่วมด้วยกันเอง น่าจะเลิกนิสัยข่มขู่และกรรโชกได้แล้ว

 

ความจริงปัญหาในแต่ละพรรค ที่มาร่วมรัฐบาลนั้นไม่แตกต่างกัน ทุกพรรคย่อมต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูปูเสื่อให้กับสส.ในพรรค ขึ้นกับว่าแต่ละพรรคจะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไร

 

อย่างแรกที่ต้องจ่ายคือ รายเดือน นอกเหนือจากเงินเดือนสส. แต่ละพรรคมีเรตแตกต่างกัน บางพรรคเดือนละแสน บางพรรคมือหนักหน่อยเดือนละสองแสน

 

แต่บางพรรคที่ลูกพรรคออกนอกคอกโหวตแหกมติบ่อยๆจ่ายเดือนละห้าหมื่น พักหลังได้ข่าวว่า เลขาธิการพรรคไม่เข้าพรรคเลย จึงพากันอดอยากปากแห้ง พูดจาหว่านล้อมและขอร้องกันไม่ได้

 

เสมือนใส้แห้งไม่มีอยู่มีกิน

 

แต่หาก”งูเห่า”ข้ามพรรคแบบนี้ คงต้องไปถาม สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ว่า เขาจ่ายเลข8หลัก นั้นจ่ายจริงเท่าไหร่ 10 หรือ 20 ล้าน

 

และยังมีรายเดือนให้อีกอย่างน้อยเดือนละกี่แสน

 

ทุกพรรคก็ต้องจ่าย ไม่งั้นลำพังเงินเดือนสส.แสนกว่าบาทไม่พอใช้เพราะสส.ไทย มีภาษีสังคมเยอะ ไม่มีเงินติดกระเป๋าเป็นล้านนี่ห้ามลงพื้นที่เลย ว่ากันถึงขนานั้น

 

พรรคใหญ่ๆก็แบ่งกันดูแลเป็นก๊กเป็นมุ้ง ถึงเวลาปรับครม.หรือได้ร่วมรัฐบาลที ก็เอาจำนวนสส.ในมุ้งนี่แหละมาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

 

ใครจ่ายเยอะ ก็มีสส.ในมุ้งเยอะ มีอำนาจต่อรองเยอะ แต่หากหัวหน้าพรรคไหนชอบสร้างภาพความรวย แต่ใจทะเลเค็มปี๋ รับรองเลือกตั้งสมัยหน้า จะกลายเป็นพรรคต่ำสิบแน่นอน

 

ต่อให้เย็บแบงก์ร้อยกับแบงก์ยี่สิบติดกันก็ไม่มีทางหลอกชาวบ้านได้อีกคำรบสอง.