วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ลุงตู่กล้าไหม เขี่ย "ภูมิใจไทย"

19 พฤศจิกายน 2019 เวลา 19:24 น.
เปิดอ่าน 11853

การอยู่ร่วม ครม.ต้องมีมารยาทในการอยู่ร่วมกัน แต่ "เสี่ยหนู" ไปเห็นดีเห็นงามกับฝ่ายค้าน

เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะมีใจให้ ช่อ พรรณิการ์ วาณิช โฆษกอนาคตใหม่ เฉพาะช่วงที่เปิดศึกกับสื่อ หรือว่า ในใจลึกๆมีความคิดแบบนี้

 

ความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งแรกคือ “มารยาท” ในการอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

 

“เสี่ยหนู” เล่นการเมืองมาพอสมควร แม้นไม่ได้คร่ำหวอดอย่างอดีตผู้ก่อตั้งพรรคเช่น เนวิน ชิดชอบ ก็ตาม แต่บทบาทและขอบเขตของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะได้เรียนรู้มาแล้ว

 

การที่ เสี่ยหนู มีปัญหาคาใจกับสิ่งที่คิดและจินตนาการไปว่า มีคนในรัฐบาลไปให้ข้อมูลกับนักข่าวเพื่อให้เล่นงาน ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จนทำให้สื่ออนาคตใหม่ นำไปขยายผลต่อว่า เพราะพลังประชารัฐ ยังต้องการกระทรวงคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทย

 

ความจริงเรื่องนี้จบไปนานแล้ว

 

ช่วงตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ยินดียกกระทรวงคมนาคมให้พรรคภูมิใจไทย ยินดียกกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กับพรรคประชาธิปัตย์

 

มีเพียงกระทรวงพลังงานเท่านั้นที่เป็นโควตาของพลังประชารัฐ และพลังประชารัฐก็เคลียร์กันจบลงตัว แยกย้ายกันไปทำงาน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็พอใจในกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้รับไป และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็เหมาะกับเก้าอี้ว่าการพลังงาน

 

ฉะนั้นสิ่งที่ สื่ออนาคตใหม่ ปล่อยข่าวว่า พลังประชารัฐต้องการเอากระทรวงคมนาคมคืน ด้วยการส่งข่าวให้นักข่าวไปเล่นงานคนของพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นเรื่องไม่จริง

 

ไม่ทราบว่าเสี่ยหนู มีเจตนาหรือมีใครจับแพะไปชนแกะ

 

ประเด็นที่จะต้องพิจารณาของวันนี้คือ การที่ เสี่ยหนู ไปเล่นบทสนับสนุนฝ่ายค้าน อย่างพรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวหาว่า “มาดามเดียร์” วทันยา วงศ์โอภาสี มีหุ้นหรือเป็นผู้บริหาร หรือสามีถือหุ้นในสื่อนั้น เป็นการกล่าวหาสส.ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาล

 

โดยมารยาทไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไร “เสี่ยหนู”ก็ไม่สมควรจะแสดงปฏิกิริยาเช่นนั้น ขณะที่ สิ่งที่ ช่อ พรรณิการ์ กล่าวหามาดามเดียร์” ยังเป็นเท็จอีก

 

เช่นนี้เสี่ยหนูจะรับผิดชอบอย่างไร

 

หากมีคนในพรรคพลังประชารัฐ ออกมาแสดงความเห็นว่า การที่ ศักดิ์สยาม หรือเสี่ยหนู บริหารในกระทรวงฯไม่เป็น หรือไม่ประสบความสำเร็จ เสี่ยหนู จะรู้สึกอย่างไร เพราะการที่คนในรัฐบาลออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเองเช่นนี้

 

แต่มันก็แปลกที่ พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ออกมาตอบโต้กรณีดังกล่าวเลย เสมือนว่าปล่อยให้ เสี่ยหนู มีสิทธิพิเศษในการจะวิจารณ์ใครก็ได้ หรือเพราะพลังประชารัฐ ต้องง้อ50เสียงของ พรรคภูมิใจไทย เลยไม่กล้าทำอะไร แม้นว่าเขาจะกล่าวหาสส.ของพรรคเอง

 

พล.อ.ประยุทธ์ จะทำอย่างไร ในอดีชตหากมีกรณีดังกล่าว ต้องมีการเชิญพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาลแล้ว วันนี้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะตัดสินใจอย่างไร จะกล้าปรับพรรคภูมิใจไทยออกหรือไม่ แล้วจะหาพรรคไหนมาแทน

 

หากหาไม่ได้จะต้องเลือกเอาว่าจะยุบสภาหรือลาออกเพราะขืนปล่อยไปแบบนี้ ไม่นานคงขี่คอนายกฯเล่น.