วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ขาด‘ธนาธร’ อนค.ไม่ขาดใจ

18 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:33 น.
เปิดอ่าน 1004

แม้วันที่ 20 พ.ย.ธนาธรจะไม่ได้เป็นส.ส.แต่จะไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

พรรคอนาคตใหม่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลุ้นด้วยใจระทึก เนื่องจากวันที่ 20 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีคุณสมบัติและลักษณะต้องการดำรงตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อของ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีการถือหุ้นบริษัท วีลัคมีเดีย จำกัด

 

แน่นอนว่าผลคำตัดสินมีอยู่แค่ 2 ทางระหว่าง 'รอด-ไม่รอด' แต่ก่อนที่จะไปถึงวันชี้ชะตา ปรากฎว่า 'ธนาธร' ชิงกระแสด้วยการเปิดการแถลงปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

การแถลงดังกล่าวเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองถึง 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.บริษัท วีลัคมีเดีย จำกัด เลิกประกอบกิจการสื่อก่อนการเปิดสมัครรับเลือกตั้ง  2.ธุรกรรมการโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่ ณ วันที่มีการโอนแล้ว คือ  8 ม.ค. 2562 ก่อนเปิดสมัครรับเลือกตั้ง 3.การถือหุ้นสื่อบริษัทวีลัคมีเดีย ไม่ได้ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้ก่อให้เกิดการให้คุณให้โทษทางการเมืองแก่ใคร และ 4.กระบวนการส่งคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขาดความเป็นธรรม เพราะได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่คณะกรรมการตรวจสอบกกต.ยังดำเนินการไต่สวนไม่เสร็จสิ้น

 

จากการแถลงปิดคดีนอกศาลของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้นำมาสู่การขยายผลอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเตรียมฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินคดีกับกกต. ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา

 

 

อย่างไรก็ตาม หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร ย่อมมีผลต่อพรรคอนาคตใหม่ไม่มากก็น้อย

 

ในแง่ของสถานะของพรรคอนาคตใหม่ ตามคำร้องของกกต.ไม่ได้ขอให้มีการยุบพรรค เพราะเป็นเพียงการขอให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการดำรงตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ธนาธรย้ำต่อสาธารณะมาตลอดว่าคดีนี้ไม่มีผลร้ายถึงขนาดมีการยุบพรรค อย่างร้ายแรงที่สุดก็แค่พ้นจากตำแหน่งส.ส.เท่านั้น

 

กล่าวคือ ตามกฎหมายแล้วบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องดำรงตำแหน่งเป็นส.ส. แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรคอนาคตใหม่เป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ว่า  "ผมต้องเรียนทุกท่านว่าพรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลง การได้เป็นส.ส.หรือไม่ได้เป็นส.ส.ไม่ได้หยุดยั้งให้พวกเราไม่ก้าวเดินไปข้างหน้า เรายังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและแน่วแน่ เพื่อสร้างความฝันของเราให้เป็นจริง"

 

ดังนัน แม้วันที่ 20 พ.ย.ธนาธรจะไม่ได้เป็นส.ส.แต่จะไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เท่ากับว่าการเดินหน้าของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นไปตามโรดแมปเดิมที่พรรคตั้งไว้ทุกประการ

 

 

ส่วนการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ทุกวันนี้แม้ธนาธรจะอยู่ในระหว่างการยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ก็ยังเดินทางมาร่วมประชุมกับส.ส.ของพรรคเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคในสภาเกือบทุกสัปดาห์ อีกทั้ง ปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ด้วย จะเห็นได้ว่าต่อให้ธนาธรต้องขาลอยเพราะไม่ได้เป็นส.ส. แต่ยังมีที่ยืนในทางการเมืองเสมอ

 

เหนืออื่นใด ในอนาคตเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคอนาคตใหม่พร้อมจะมอบตำแหน่งตามสัดส่วนของพรรคให้กับธนาธรสามารถเข้ามาร่วมทำงานกับ ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ เลขาธิการพรรค ในสภาฯได้อย่างเต็มตัวไปอีกระยะใหญ่

 

ดังนั้น ไม่ว่าที่สุดแล้วผลของคำวินิจฉัยในวันที่ 20 พ.ย.จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ‘ธนาธร’ จะยังมีที่ยืนในสภา พรรคอนาคตและการเมืองเสมอ เว้นเสียแต่จะมีขยายผลทางกฎหมายกันต่อ ภายหลังธนาธรต้องสิ้นสุดการเป็นส.ส.