วิเคราะห์ประเด็นร้อน

‘บิ๊กตู่’ นายกฯ หนีสภา? ใกล้ซ้ำรอย ‘ยิ่งลักษณ์ - ทักษิณ’

15 สิงหาคม 2019 เวลา 14:18 น.
เปิดอ่าน 31

กลายเป็นวิวาทะร้อนแรงขึ้นมาทันทีภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกฝ่ายค้านขึ้นบัญชีว่า “บิ๊กตู่หนีสภา” โดยมีสาเหตุมาจากการไม่ยอมมาตอบกระทู้ถามสดของ ‘ปิยบุตร แสงกนกุล’ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการให้ชี้แจงกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรีว่าได้ดำเนินการครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประเด็นดังกล่าวถูกสอบถามกันกลางสภามาเป็นเวลาพอสมควร นับตั้งแต่เมื่อการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยอ.ปิยบุตร เป็นสส.คนแรกสอบถามว่าการถวายสัตย์ของคณะรัฐมนตรีครบถ้วนหรือไม่ เพราะหากไม่ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ อาจมีผลให้การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีไม่สามารถกระทำได้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าไม่มีคำตอบจากฝ่ายรัฐบาล

 

เมื่อรัฐบาลไม่มีคำตอบให้แก่สังคม ทำให้ฝ่ายค้านประกาศเดินหน้าจะทวงความจริงจากนายกฯให้ได้ ผ่านการตั้งกระทู้ถามสด แต่จนแล้วจนรอดขณะนี้นายกฯก็ยังเด้งเชือกหนีไม่ยอมมาสภาฯเพื่อตอบกระทู้ถามสดของพรรคอนาคตใหม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ว่า “การตอบกระทู้ไม่ใช่ ไม่ให้เกียรติสภาฯ แต่เรื่องเข้ากระบวนการแล้ว ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายที่รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อไป” 

 

พิจารณาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตั้งและการตอบกระทู้ถามสดตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ซึ่งสภาฯชุดปัจจุบันได้นำมาบังคับระหว่างการรอข้อบังคับการประชุมสภาฯฉบับใหม่ จะพบในข้อ 147 ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ต้องมาตอบด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯและให้กำหนดว่าจะตอบเมื่อใด

 

ดังนั้น การที่นายกฯอาศัยข้ออ้างที่ว่าเรื่องอยู่ในผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จึงไม่ได้เป็นดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ เนื่องจากนายกฯไม่ได้ระบุต่อสภาฯว่าจะมาตอบกระทู้ดังกล่าวเมื่อใด ด้วยเหตุนี้ฝ่ายค้านจึงขนานนามพล.อ.ประยุทธ์ว่า “นายกฯหนีสภา”

 

การเป็นนายกฯหนีสภาไม่ได้เกิดขึ้นกับ ‘บิ๊กตู่’ แต่เพียงคนเดียว เพราะในอดีตก็มีอดีตนายกฯบางคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายกฯหนีสภาเช่นกัน หนึ่งในนั้น คือ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’

 

ยิ่งลักษณ์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯเมื่อปี 2554 โดยสภาฯมีอายุอยู่ได้ 3 ปี ปรากฏว่ายิ่งลักษณ์เคยมาตอบกระทู้สดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงสองครั้งเท่านั้น

 

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2554 สมัยประชุมสามัญทั่วไป ซึ่งเป็นช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยได้มาตอบกระทู้ถามสดของ พายัพ ปั้นเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่อง การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2555 สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ โดยได้มาตอบกระทู้สดของ รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ความเหมาะสมในการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นลินี ทวีสิน)

 

ในการตอบกระทู้ถามสดครั้งที่ 2 ของยิ่งลักษณ์มีช่วงหนึ่งได้ยืนยันต่อที่ประชุมสภาฯว่า “ยืนยันว่าเคารพสภาและยินดีปฏิบัติตาม แต่การบริหารงานของรัฐบาล มีการแบ่งงาน และมอบหมายภารกิจ ให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน”

 

ส่วนการตอบกระทู้ถามมีเพียงประโยคสั้นจากยิ่งลักษณ์ว่า “การคัดเลือกผู้มาเป็นรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ เป็นคนมีความรู้ มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ โดยดูจากการศึกษา ซึ่งจากการพิจารณาตามคุณสมบัติถือว่ามีความเหมาะสม และไม่พบว่ามีส่วนใดที่ขัดกับกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ”

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสองครั้งในการมาตอบกระทู้ถามสดของยิ่งลักษณ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นเวลาร่วม 3 ปี

 

เช่นเดียวกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯอีกคน ซึ่งเป็นหนึ่งในนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดถึง 6 ปี แต่ปรากฏว่ามาตอบกระทู้ถามสดของสภาฯด้วยตัวเองแค่ 6 ครั้งเท่านั้น

 

ดังนั้น หากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นนายกฯหนีสภาไปมากกว่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเดินยึดอกมาสภาฯให้มากขึ้น มิเช่นนั้นอาจมีบทสรุปที่ลงเอยเหมือนกับนายกฯในอดีตก็เป็นได้