วิเคราะห์ประเด็นร้อน

จับตา "อภิสิทธิ์" คัมแบ็ค ประชาธิปัตย์

7 พฤศจิกายน 2019 เวลา 15:56 น.
เปิดอ่าน 996

นายอภิสิทธิ์ กำลังถูกวางไกลไปกว่าตำแหน่งประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่

 

ยังเป็นเป้าความสนใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ในสมัยเปิดประชุมสภาฯ ครั้งนี้ 

 

กลายเป็นการคัมแบ็คในตำแหน่งทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังนายอภิสิทธิ์เคงประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อไปเมื่อ 5 มิ.ย.2562 เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่นำประชาธิปัตย์ไปสู่เป้าหมายการ้ลือกตั้ง 24 มี.ค.ไม่สำเร็จ จากนั้นเป็นช่วงเดียวที่ประชาธิปัตย์ผลัดใบไปสู่ยุค "The Avengers" ที่มี "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" หัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นคนนำทัพ

 

หากจะพิสูจน์ผลงานในโค้งแรกในรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" นายจุรินทร์ได้เร่งเครื่องออกนโยบาย "ประกันรายได้" ชาวเกษตรกรตั้งแต่ยาง ปาล์มน้ำมัน และข้าวจนสำเร็จ หรือการเดินสายในฐานะ "รมว.พาณิชย์" เพื่อกระตุ้นการค้าขายกับต่างประเทศ แต่ในทางการเมืองจากผลเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐมเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2562 ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งครั้งแรกในยุค "จุรินทร์" เป็นหัวหน้าพรรค ถึงแม้ผลเลือกตั้งทำให้ประชาธิปัตย์แค่เสมอตัว แต่กลับไม่เป็นตามที่คาดไว้ จากความได้เปรียบเป็นหนึ่งพรรครัฐบาลที่ออกนโยบายได้เร็วกว่าพรรคการเมืองอื่น

 

ถึงแม้ผลเลือกตั้งจะแพ้ให้กับพรรคชาติพัฒนา แต่ปรากฎการณ์เลือกตั้งเมืองสามพราน สวิงไปถึงการกลับมาของนายอภิสิทธิ์อย่างมี "นัยยะ" สำคัญ ตั้งแต่มติพรรคมอบหมายให้ลงพื้นที่ช่วยนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคาเสียง แต่เป็นความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคน จะออกมาส่งเสียงสนับสนุนให้นั่งตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้ โดยเฉพาะท่าที "เทพไท เสนพงศ์" ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศตัวรายวันจนถึงช่วงพรรคประชาธิปัตย์ มีมติอย่างเป็นทางการสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ให้มาเป็นประธาน กมธ.จริงๆ

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีชื่อของนายอภิสิทธิ์ในทางการเมืองครั้งนี้ จะเดินเกมพร้อมกับฝ่ายนิติบัญญัติที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภาฯ โดยมีนายจุรินทร์เป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เป็นแพ็คเกจ 3 ประสานประชาธิปัตย์บนแผงกระดานการเมือง

 

อีกด้านกำลังถูกจับตาว่านายอภิสิทธิ์ กำลังถูกวางไกลไปกว่าตำแหน่งประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาถึงแม้จะเว้นวรรคทางการเมืองไปกว่า  5 เดือนเต็ม แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่ถูกพูดถึงทั้งคนในและนอกพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะสิ่งที่ "เทพไท" เคยกล่าวไว้ว่าวันหนึ่งนายอภิสิทธิ์จะกลับมา 

 

จากสถานการณ์การเมืองที่เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นจุดยืนที่นายอภิสิทธิ์เคยวิพากษ์วิจารณ์กลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาโดยตลอด ถึงแม้ไม่ได้สวมหมวก ส.ส. แต่ไม่ทำให้บทบาทในสภาฯ ของนายอภิสิทธิ์หายไป เพราะกระบวนการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ.ชุดนี้จะทำหน้าที่ไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์จะถูกแสงสปอร์ตไลท์เฝ้ามองอีกครั้ง หากการศึกษาประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นนายอภิสิทธิ์จะเดินต่อในทางการเมืองอย่างไร

 

ถึงแม้สถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังมีแรงกระเพื่อม คัดค้านนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะจากปีกกลุ่ม กปปส.ยังเคลื่อนไหวต่อต้านมาตลอด จากเหตุผลที่ชี้ให้เห็นถึงผลการเลือกตั้งตลอด 14 ปีที่เป็นหัวหน้าพรรคไม่เคยพาประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ 

 

แต่เป็นช่วงเดียวกับทีกลุ่มก้อนที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ในพรรคยังเคลื่อนไหวเพื่อรอจังหวะเหมาะสม มองไกลไปถึงการดันนายอภิสิทธิ์กลับมานำทัพประชาธิปัตย์อีกครั้ง จากสถานการณ์ทางการเมืองที่พร้อมเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ