วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ปชป.เร่งตีปี๊บผลงาน

5 พฤศจิกายน 2019 เวลา 09:48 น.
เปิดอ่าน 400

ปชป.เชื่อว่า3 เดือนที่ผ่านมาทำงานหนัก แต่ทำไมโพลให้" จุรินทร์ "มาแค่อันดับ4

ภายหลังสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ออกมาเปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง "รัฐมนตรีคนใดขวัญใจประชาชน" กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,143 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25 ต.ค. ถึง 2 พ.ย.ที่ผ่านมา จาก 4 หัวข้อการสำรวจที่มีถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล "ประยุทธ์ 2"

 

4 หัวข้อการสำรวจมีตั้งแต่ 1.รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนเมื่อนึกถึงรัฐมนตรีทั้งคณะ 2.รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านเศรษฐกิจ 3.รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านสังคม และ 4.รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านภาพลักษณ์ กล้าคิด กล้าทำ กล้าชน ปกป้องผลประโยชน์ชาติคุ้มครองประชาชน

 

ปรากฏว่าในบรรดาหัวข้อทั้งหมด ชื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ติดเข้ามาเพียงอันดับ 4 เพียงร้อยละ 25.3 เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นที่ได้คะแนนสำรวจมาเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย มีชื่อติดโผการสำรวจทุกหัวข้อ

 

 

เป็นที่มาของท่าที "มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข" ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ออกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ถึงผลโพลสำรวจรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนในครั้งนี้ เพราะสิ่งที่มัลลิกาเชื่อว่าจากผลงานของ รมว.ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาเน้นไปที่นโยบายประกันรายได้เกษตรกร มีเงินไปถึงชาวเกษตรกรผ่านผลงานของรมว.พาณิชย์ สวิงไปถึงระบบเศรษฐกิจทางเศรษฐศาสตร์ที่หมุนไปถึง 6 รอบ จึงเป็นที่มาของคำถามว่า ไปสำรวจจากที่ไหนมา ?

 

กลายเป็นสถานการณ์ที่ประชาธิปัตย์คาใจว่า ผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรมในช่วงไตรมาศแรกของรัฐบาลชุดนี้ เหตุใดจึงไม่สะท้อนกลับมาจากการสำรวจของสำนักโพลใดๆ เมื่อเทียบกับผลงานของรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นที่จับต้องได้มากกว่ากัน

 

ถึงแม้ "ราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกฝั่งประชาธิปัตย์จะออกมาให้ข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความกังวลใดๆ ต่อการสำรวจ เพราะการทำงานทุกอย่างของรัฐมนตรี ชี้วัดผลสำเร็จที่มาจากประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเท่านั้น แต่ข้อมูลของสำนักโพลแต่ละแห่งเป็นข้อมูลอีกด้านที่ไม่มีน้ำหนักเท่า การเก็บข้อมูลผ่านโครงการ "โฆษกสัญจร" ในแต่ละจังหวัดที่ผ่านมา จากผลสำรวจที่สะท้อนกลับมาว่านโยบายที่ประชาชนพูดถึงมากที่สุดก็คือ นโยบายประกันรายได้

 

จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ "ประชาธิปัตย์" กำลังปรับแผนในสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2562 ภายหลังได้บรรจุเป็นระเบียบวาระไว้แล้ว 34 เรื่อง ตั้งแต่ การแก้ปัญหาการจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน การเร่งออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินให้กับประชาชน การแก้ปัญหาเรื่องการทำประมง คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง การศึกษา การท่องเที่ยว การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาเรื่องการทุจริต

 

 

โดยเฉพาะญัตติการศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น "ธงใหญ่" ที่จะเห็นประชาธิปัตย์ออกมาทวงสัญญาตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาล จนนำไปสู่การกำหนดไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้ โดยขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นรูปร่างเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจากทุกพรรคการและทุกฝ่ายทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางแก้รัฐธรรมนูญเริ่มต้นสะเดาะกุญแจในมาตรา 256 ในหมวดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ได้

 

ยกแรกวันที่ 5 พ.ย. ประชาธิปัตย์จะเรียกประชุม ส.ส.เตรียมงานในสภาฯ ทั้งหมดก่อนเปิดสมัยประชุมเต็มรูปแบบในวันที่ 6 พ.ย. โดยขาหนึ่งจะเร่งแก้ปัญหาใน 34 เรื่องที่อยู่ในสภาฯ เพื่อฟื้นความนิยมของประชาชนที่มีประชาธิปัตย์ในทุกด้านให้กลับมา ส่วนอีกขาจะได้เห็นการเล่นบทฝ่ายรัฐบาลอิสระ เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามเงื่อนไขที่พลังประชารัฐให้ไว้