การเมือง

'ธรรมศาสตร์' รักประชาชน จับมือร่วมกันสู้โควิด-19

5 เมษายน 2020 เวลา 7:15
'ธรรมศาสตร์' รักประชาชน  จับมือร่วมกันสู้โควิด-19
เปิดอ่าน 1,952

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" เป็นประโยคที่ดัดแปลงมาจากบทความกุหลาบ สายประดิษฐ์

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" เป็นประโยคที่ดัดแปลงมาจากบทความของกุหลาย สายประดิษฐ์ที่ว่า "ชาว ม.ธ.ก. รักมหาวิทยาลัยของเขา เพราะว่ามหาวิทยาลัยของเขาสอนให้รู้จักรักคนอื่นด้วย" อันเป็นหลักการสำคัญที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศยอมรับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มาวันนี้วาทะของกุหลาบ สายประดิษฐ์ กำลังได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างลอยๆ เพราะเวลานี้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 กำลังเป็นบทพิสูจน์วาทะข้างต้นอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยลำดับแรกๆที่ออกมาแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่อาจารย์ 'เกศินี วิฑูรชาติ' อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ 'สารจากอธิการบดี ต่อสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา' โดยมีตอนหนึ่งระบุว่า "...เราอาจจำต้องจำกัดเสรีภาพและกิจกรรมที่คุ้นชินของเราลงในฐานะที่เป็นการรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นคุณค่าที่สูงกว่า เพื่อที่จะควบคุมและยืดระยะเวลาให้การแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับที่ศักยภาพของโรงพยาบาลของเราจะรับไหว นี่เป็นหนทางเดียวที่เราจะรักษาชีวิตของผู้คนที่เรารักและเป็นพลังฟื้นฟูบูรณะประเทศของเราหลังจากนี้...."

 




นับจากนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เริ่มกระบวนการเยียวยาจากภายในสู่ภายนอก โดยการดำเนินการเยียวยาภายในนั้นเริ่มตั้งแต่การเบาภาระแก่ผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยด้วยการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ธุรกิจและศูนย์อาหารเดือนมี.ค.เป็นจำนวน 50% ตามมาด้วยการให้นักศึกษาสามารถผ่อนชำระค่าหอพักได้

แต่ที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด คือ การโรงพยาบาลสนามขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งในเรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่ในเฟซบุ๊กของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยระบุว่า "ตามที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้ร่วมมือกับโรงเรียนแพทย์ 5 สถาบันคือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังรุนแรงมากขึ้น และระบบสาธารณสุขโดยปกติอาจจะไม่เพียงพอในการรักษา โดยได้ขอใช้อาคารดีลักซ์ ซึ่งเป็นอาคารหอพักบุคลากรและบุคคลภายนอก เป็นสถานที่ในการดำเนินการ ตามที่เป็นข่าวแล้วนั้น ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิตที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ผมใคร่ขอชี้แจงให้ประชาคมธรรมศาสตร์ได้ทราบถึงการดำเนินการในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

1.อาคารดีลักซ์ ที่จะปรับให้เป็นโรงพยาบาลสนาม จะรับเฉพาะผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลที่ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว และอยู่ในระหว่างการกักตัว โดยจะดำเนินการปิดกั้นให้เป็นสถานที่ปลอดเชื้อ 100 % ตามมาตรฐานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์และมาตรฐานสากลทางการแพทย์ โดยไม่ให้มีการเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะอนุญาตเฉพาะผู้มีหน้าที่โดยตรงเท่านั้น

2.ผู้ป่วยจะมาใน รถพยาบาลที่ฆ่าเชื้อและส่งเข้าโรงพยาบาลสนามทันที ทั้งนี้ เนื่องจากไวรัสโควิด-19 แพร่โดยคนสู่คน ไม่แพร่ทางอากาศ ดังนั้นโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จึงปลอดภัยและไม่มีการแพร่เชื้อออกมาภายนอก 100 %...

 

 


"คงมีคำถามกันมากว่าทำไมต้องที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผมเรียนตามที่ผมทราบคือ มีที่ศูนย์รังสิตเพียงที่เดียวที่มีความพร้อมระบบสาธารณสุขโดยปกติกำลังจะไม่เพียงพอในการรับสถานการณ์ โรงพยาบาลสนามเป็นเรื่องจำเป็นกับการรับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 สถานการณ์ขณะนี้คือวิกฤตของประเทศ ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ยอมให้ใช้ที่เพื่อนำร่อง ก็จะไม่มีโรงพยาบาลสนามที่อื่นตามมา และประเทศไทยอาจจะกลายเป็นแบบที่เกิดขึ้นในประเทศอิตาลี ซึ่งเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้" อ.ปริญญา ระบุ

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามของธรรมศาสตร์ได้รับผู้ป่วยรายแรกเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่าน ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ามาพักฟื้นพร้อมกับมีมาตรการคุมเข้มโดยเฉพาะการงดออกจากห้องพักและงดการเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม และเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ได้มีผู้ป่วยที่หายจากอาการป่วยและกลับได้แล้วเป็นคนแรก นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของโรงพยาบาลสนามแห่งนี้

นอจากนี้ คณะนิติศาสตร์ได้จัดตั้ง “ศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมายกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโคโรนาไวรัส (TU Pandemic Legal Aid Centre)” เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โคโรนาไวรัส รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ในประเด็นปัญหาทางกฎหมายต่างๆ ที่เกิดจากจากสถานการณ์โคโรนาไวรัส ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 1. ผู้รับบริการเป็นบุคคลธรรมดาหรือองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรธุรกิจ 2. ผู้รับบริการประสบปัญหาทางกฎหมายอันเนื่องมาจากผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) โดยเป็นปัญหาหรือข้อพิพาทภายใต้กฎหมายไทย

3. ผู้รับบริการอนุญาตให้ศูนย์ฯ เผยแพร่ข้อเท็จจริงและคำปรึกษาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือข้อพิพาทในลักษณะที่ปกปิดชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือการเผยแพร่ความรู้ 4. ผู้รับบริการจะไม่นำคำปรึกษาทางกฎหมายหรือข้อมูลอื่นใดที่ได้รับจากศูนย์ฯ ไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า 5. ผู้รับบริการยอมรับว่าคำปรึกษาทางกฎหมายที่ได้รับจากศูนย์เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวและเป็นความเห็นในทางกฎหมายเบื้องต้นของผู้ให้คำปรึกษา และอาจแตกต่างจากผลของคดีหรือคำวินิจฉัยของศาลในอนาคต

ภารกิจตลอด 85 ปีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีรากฐานมาจากหลักประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเสมอภาค ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ แต่จะเดินหน้าสืบทอดอุดมการณ์ดังกล่าวต่อไป เพื่อให้สมกับเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชนดังเจตนารมณ์ของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน