การเมือง

จุดเสี่ยง "วัด-โบสถ์-มัสยิด-ศาลเจ้า"

3 เมษายน 2020 เวลา 6:49
จุดเสี่ยง "วัด-โบสถ์-มัสยิด-ศาลเจ้า"
เปิดอ่าน 2,459

วัด-โบสถ์-มัสยิด-ศาลเจ้าเป็นอีกจุดเสี่ยงรวมตัวของคนในสังคม ที่ ศอฉ.โควิด-19 ต้องจัดการ

ผ่านการประกาศบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จากข้อกำหนดและข้อปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ 1 ทั้ง 16 ข้อที่ออกมาโดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในการแก้ปัญหา การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ "ศอฉ.โควิด-19"

เป็น 16 มาตรการสำคัญเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายจังหวัดขณะนี้ เมื่อเนื้อหาใน "ข้อกำหนด" ได้ให้อำนาจเจ้าที่ตรวจสอบควบคุมการเดินทางของประชาชนในวงจำกัดที่สุด แต่ในหลายสถานที่ตามข้อกำหนดใคข้อ 12 ยังผ่อนปรนให้เปิดต่อไป อาทิ โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป หรือห้างสรรพสินค้าในส่วนซึ่งเป็นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจําเป็นต่อการดํารงชีวิต 




ถึงแม้ข้อกำหนดจาก "ศอฉ.โควิด-19" ไม่ได้ห้ามปิดสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ก่อนหน้านี้ "ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน" กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้วางมาตรการสำหรับป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับ "วัด-โบสถ์-มัสยิด-ศาลเจ้า" เพื่อให้ผู้ดูแลสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาออกมาตรการดูแล

ตั้งแต่การจัดหาสื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค แก่ผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะประชาสัมพันธ์หากพบว่าตนเองป่วย ให้ "งด" การมาประกอบพิธีกรรมและพักผ่อนอยู่ท่ีบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกันระหว่างผู้มาร่วมงาน รวมถึงจัดหาเจลล้างมือแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย บริเวณภายในศาสนสถาน เช่น ประตูทางเข้าอาคาร ห้อง สุขา จุดประชาสัมพันธ์ จุดปฐมพยาบาล 

นอกจากนี้ต้องจัดให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณท่ีมีผู้สัมผัสปริมาณมาก เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ไม้ตีระฆัง กระบอกเซียมซี ห้องน้ำด้วยผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด ตามความเข้มข้นท่ีแนะนำข้างผลิตภันฑ์ หรือ70 % แอลกอฮอล์ อย่างน้อยวันละ 2 คร้ัง ที่สำคัญขอให้งดให้บริการยืมหนังสือบทสวด โดยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ร่วมประกอบพิธีกรรมจัดหามาเอง


แต่หากสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาใด พบผู้มีอาการป่วย ขอให้จัดจุด "ปฐมพยาบาล" ให้การดูแลรักษาเบื้องต้น จากนั้นให้แยกผู้ป่วยออกจากกิจกรรมหรือพิธีกรรมน้ันๆ รวมท้ังอานวยความสะดวกในการ ส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาล 

ขณะที่การตัดพิธีทางศาสนาต่าง เพื่อลดความแออัดของผู้เข้าร่วมประกอบพิธี ขอให้ กระจายมุมที่ประกอบพิธีได้หลายๆ แห่งในศาสนสถานน้ันๆ หรือมีเสื่อของตนเองในการทำละหมาด และจัดที่นั่งให้ผู้มาร่วมประกอบพิธีให้อยู่ห่างจากกันอย่างน้อย 1 เมตร แต่หากพบนักบวชหรือผู้ดูแลในศาสนสถานแห่งน้ัน ป่วยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แยกผู้ป่วยหรือผู้สัมผัสตามแนวกรมควบคุมโรค และให้ "หยุด" การประกอบพิธีกรรมทุกประเภท จนกว่าจะไม่พบผู้ป่วยรายใหม่อย่างน้อย 28 วัน

สำหรับข้อปฏิบัติสาหรับผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กำหนดไว้ 6 มาตรการ 1.ก่อนเข้าร่วมประกอบพิธีกรรมในศาสนสถาน ควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้าสบู่หรือแอลกอฮอล์ เจล และควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย 2.ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสส่ิงที่มีบุคคลอื่นๆ สัมผัสร่วมกันปริมาณมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได หนังสือ 3.ผู้ที่มีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีนำ้มูก แม้จะมีอาการไม่มาก ให้งดการร่วมประกอบพิธีกรรม

4.ผู้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมไม่ใช้ส่ิงของ เช่น แก้วนำ้ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ร่วมกับผู้อื่น 5.หากสังเกตเห็นผู้ร่วมประกอบพิธีกรรมมีอาการไอ จามผิดปกติ แนะนำให้ผู้มีอาการติดต่อเจ้าหน้าท่ีเพื่อขอรับหน้ากากอนามัยมาสวม และแยกให้นั่งห่างจากผู้อื่น และ 6.หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานท่ีแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการ

ทั้งหมดเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดภายใน "วัด-โบสถ์-มัสยิด-ศาลเจ้า" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยงรวมตัวของคนในสังคม มาร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จากสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังไม่หยุดนิ่ง.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน