การเมือง

เดิมพันวิกฤติ 15 เม.ย.

25 มีนาคม 2020 เวลา 13:18
เดิมพันวิกฤติ 15 เม.ย.
เปิดอ่าน 2,981

30 วันจากนี้หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันจนถึง 15 เม.ย.จะมีผู้ติดเชื้อมากถึง 3.5 แสนราย 

เป็นมาตรการเข้มข้นตามลำดับ สำหรับการป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ที่ยังกระจายวงกว้างไม่หยุดนิ่ง ภายหลังมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 ประกาศเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ออกไป เพื่อปิดกั้นการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล พร้อมมอบอำนาจให้ทุกหน่งยงานเดินตามมาตรการควบคู่กับการบังคับใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 

กลายเป็นกฎหมายฉบับสำคัญให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ "ควบคุม" สถานการณ์ โดยเฉพาะอำนาจใจ "มาตรา 35" ที่ระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือผู้ว่าฯ กทม.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกทม.มีอํานาจในพื้นที่ความรับผิดชอบของตน ดังต่อไปนี้

1.สั่งปิดตลาด สถานที่ประกอบหรือจําหน่ายอาหาร สถานที่ผลิตหรือจําหน่ายเครื่องดื่ม โรงงาน สถานที่ชุมนุมชน โรงมหรสพสถานศึกษา หรือสถานที่อื่นใดไว้เป็นการชั่วคราว

2.สั่งให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หยุดการประกอบอาชีพเป็นการชั่วคราว

3.สั่งห้ามผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเข้าไป ในสถานที่ชุมนุมชน โรงมหรสพสถานศึกษา หรือสถานที่อื่นใด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อ

จากนั้นมาถึงยาแรงเม็ดใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขออำนาจคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 วันที่ 26 มี.ค. จะเป็นมาตรการที่ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้หรือไม่ ภายหลังหลายจังหวัดออกคำสั่ง "ปิดสถานที่เสี่ยง" เพื่อสกัดการแพร่ระบาดให้ถูกจำกัดมากที่สุด 




เมื่อข้อมูลที่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คาดการณ์จากกราฟอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย อยู่ที่ประมาณวันละ 33% ซึ่งในอัตราการเพิ่มระดับนี้ หากเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2563 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเกิน 100 ราย ภาพอนาคต 30 วันจากนี้หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันจนถึง 15 เม.ย.2563 ประเทศไทยจะมีผู้ติดเชื้อมากถึง 351,948 ราย และเสียชีวิตถึง 7,039 ราย 

แต่หากทุกฝ่ายช่วยกันดึง 33 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์แล้วทำได้สำเร็จวันที่ 15 เม.ย.2563 จะมีผู้ติดเชื้อถึง 24,269 รายโดยจะมีคนไข้ที่ต้องนอนโรงพยาบาล 3,640 ราย มีคนไข้ที่ต้องใช้ห้องดูแลผู้ป่วยหนัก (ICU) 1,213 ราย และมีผู้เสียชีวิต 485 ราย (อ่านประกอบ : "ศิริราช" คาดแนวโน้มโควิด-19 ไทยอาจติดเชื้อ 3.5 แสนรายhttps://www.nationweekend.com/content/image_news/8621)

ที่สำคัญในประเด็นที่ "นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส" ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อฉายภาพสถิติ "ก้าวกระโดด" ถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกขณะนี้มากกว่า 3 แสนราย เมื่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ใช้เวลา 67 วันแรกสะสมผู้ติดเชื้อทั่วโลก 1 แสนคน จากนั้นใช้เวลาอีก 11 วันขยับตัวเลขผู้ติดเชื้ออีก 1 แสนคน และใช้เวลาเพียง 4 วันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 แสนคน

ไม่ใช่แค่นั้นแต่ "มาร์กาเร็ต แฮร์ริส" โฆษกองค์การอนามัยโลก มองแนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากยอดติดเชื้อหลักพันเมื่อสัปดาห์ก่อนพุ่งมาเป็น 46,145 รายในสัปดาห์นี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าสหรัฐฯจะกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด-19 ในไม่ช้า เพราะกว่า 85% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงมาจากสหรัฐฯ และยุโรปเป็นหลัก และ 40% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากสหรัฐฯเพียงประเทศเดียว 


"เนชั่นสุดสัปดาห์ออนไลน์" ตรวจสอบตัวเลข 10 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด (ยอด ณ วันที่ 24 มี.ค.) ประกอบด้วย 1.จีน 81,171 รายเพิ่มขึ้น 78 ราย เสียชีวิต 3,277 ราย เพิ่มขึ้น 7 ราย 2.อิตาลีติดเชื้อ 63,927 ราย เสียชีวิต 6,077 ราย 3.สหรัฐอเมริกา 46,145 ราย เพิ่มขึ้น 2,411 ราย เสียชีวิต 582 ราย เพิ่มขึ้น 29 ราย 4.สเปน 35,136 ราย เสียชีวิต 2,311 ราย 

5.เยอรมนี 29,056 ราย เสียชีวิต 123 ราย 6.อิหร่าน 23,049 ราย เสียชีวิต 1,812 ราย 7.ฝรั่งเศส 19,856 ราย เสียชีวิต 860 ราย8.เกาหลีใต้ 9,037 ราย เพิ่มขึ้น 76 ราย เสียชีวิต 120 ราย เพิ่มขึ้น 9 ราย 9.สวิสเซอร์แลนด์ 8,795 ราย เสียชีวิต 120 ราย และสหราชอาณาจักร 6,650 ราย เสียชีวิต 335 ราย

แต่ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างสาหัสทั่วโลกครั้งนี้ จากจุดเริ่มต้นที่เมือง "อู่ฮั่น" เมื่อต้นเดือน ธ.ค.2562 มาจนถึงวันที่ "ไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่" เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2563 กลายเป็นโมเดลให้หลายประเทศ เดินตามมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อไวัส "โควิด-19" เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้สำเร็จจาก 9 มาตรการสำคัญ (อ่านประกอบ :  พลิกทางรอดโมเดล"อู่ฮั่น" https://www.nationweekend.com/content/politics/8296)

1.ห้ามโยกย้ายประชากร 2.ห้ามรวมกลุ่มจัดกิจกรรม 3.หาผู้ป่วยและแยกออกมาให้เร็วที่สุด 4.ห้ามผู้ป่วยออกมาพื้นที่สาธารณะ 5.กำหนดความเสี่ยงของบุคคล 6.ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง 7.เพิ่มสถานที่รองรับผู้ป่วย 8.สนับสนุนปัจจัยสี่ หน้ากากอนามัยให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ป่วย และ 9.กำหนดระยะห่างระหว่างบุคคลให้เลยพ้นระยะทางในการส่งต่อเชื้อโรค

เป็นมาตราการยาแรงทั้งหมดจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเดินตาม "อู่ฮั่นโมเดล" สกัดกั้นควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อ จากการคาดการณ์ในวันที่ 15 เม.ย.2563 เป็นเดิมพัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน