การเมือง

พญาเสือ ลุ้น “เสี่ยหนู” ผอ. ศอฉ.โควิด

24 มีนาคม 2020 เวลา 20:30
พญาเสือ ลุ้น “เสี่ยหนู” ผอ. ศอฉ.โควิด
เปิดอ่าน 1,751

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว คอลัมน์คลุกวงใน โดย...พญาเสือ

”พญาเสือ”ฝ่าวิกฤติโควิดยิ่งกว่ารถติด มารายงานตัว หาข่าวก็หายากเพราะแหล่งข่าวกลัวโควิด

ตามคาด รัฐบาล โดยนายกฯลุงตู่ ประกาศใช้ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเรียกสั้นๆว่า พรก.ฉุกเฉิน พร้อมกับตั้ง ศอฉ.โควิด ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการไวรัสร้ายตัวนี้โดนเฉพาะ

ในมาตรา6บัญญัติว่า ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรรมการ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศที่อาจเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรา ๕ หรือสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงตามมาตรา ๑๑ และในการใช้มาตรการที่เหมาะ สมตามพระราชกำหนดนี้ เพื่อการป้องกัน แก้ไข หรือระงับสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น




”พญาเสือ”เงี่ยหูฟังว่า นายกฯ จะตั้งใครเป็น ผอ.ศอฉ.โควิด ซึ่งหากดูตามสายงาน นายกฯต้องตั้ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข เป็น ผอ.ศอฉ.โควิด เนื่องจากรับผิดชอบเรื่องนี้มาแต่ต้น แต่.....

”พญาเสือ”ไม่อยากชักใบให้เรือเสีย หรือสร้างความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดการเข้าใจผิด แต่ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา มีข่าวเข้ามาหนาหูเหลือเกินว่า แนวทางของ “เสี่ยหนู” กับแนวทางของ นายกฯลุงตู่ ไม่ค่อยจะตรงกันเสียทีเดียว ทำให้การเคลื่อนทัพเพื่อสู้กับโควิดเป็นไปด้วยความล่าช้า

หลายอย่างหลายประการที่สะท้อนว่า ต่างคนต่างทำหรืออาจจะมีการ”งัดข้อ”กันเกิดขึ้นก็คือการที่ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอุทัยธานี ที่มีสส.คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย กำกับอยู่ ได้ประกาศ”ปิดเมือง” หรือชัตดาวน์ หรือล็อคดาวน์ สุดแท้แต่จะเรียก “ล้ำเส้น” หรือออฟไซด์รัฐบาลกลาง ตบหน้ากระทรวงมหาดไทยของ “ลุงป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไปเฉยเลย

นี่ก็คือผลที่ทำให้ข่าวที่ว่า “เสี่ยหนู” กับ นายกฯลุงตู่ ขัดกันในแนวทางการทำงานเพื่อต่อสู้กับโควิด19 ประกอบกับช่วงนั้น การให้สัมภาษณ์ของ “เสี่ยหนู” ต่อกรณีโควิด เป็นไปด้วยความดุดันผิดวิสัยหรือมิใช่ตัวตนที่แท้จริงของ “เสี่ยหนู” แต่อย่างใด จนมีข่าวไปเข้าหูฝ่ายค้านว่า “ลุงข้างบ้าน” ไปตีกอล์ฟขณะที่สถานการณ์วิกฤติ


แหล่งข่าวระดับสูง กระซิบ”พญาเสือ” ว่าการที่ฝ่ายค้านชี้เป้า”ลุงข้างบ้าน”ไปตีกอล์ฟ ต่อมา “ลูกชายเสียหนู” ออกมาปฏิเสธว่า พ่อไปทำงาน ไม่ได้ไปตีกอล์ฟ และภาพที่ฝ่ายค้านลงก็เป็นภาพเก่าที่ “เสี่ยหนู” นั่งอยู่คลับเฮ้าส์สนามกอล์ฟ”แรนโช่ชาญวี”ที่เขาใหญ่ สนามของ”เสี่ยหนู”เอง ข่าวเลยเทไปที่ “นายกฯ” ไม่ใช่”เสี่ยหนู”

งานนี้ “พญาเสือ”ไม่ทราบเจตนาของคนปูดข่าว ต้องไปถาม “เก่ง การุณ โหสกุล” และ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.พรรคเพื่อไทย ว่าเตะหมูเข้าปากใครหรือไม่

อย่างไรก็ตาม “พญาเสือ”ก็เชื่อว่า เมื่อมีการตั้งผอ.ศอฉ.โควิดแล้ว ผอ.ก็จะออกคำสั่ง”เคอร์ฟิว” หรือข้อปฏิบัติตามมา เพื่อให้มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เห็นผลอย่างทันท่วงที ไม่งั้นเชื้อจะแพร่กระจายไปต่างจังหวัดแล้วจะ “เอาไม่อยู่” สุดท้ายพวกที่อยากจะหา”แพะ” พวกที่อยากด่ารัฐบาลก็จะกระเหี้ยนกระหือรือทันที.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน