การเมือง

อนค.ลุ้นญัตติต้านรัฐประหาร ถูกตีตกหรือได้ไปต่อ

27 มกราคม 2020 เวลา 7:00
อนค.ลุ้นญัตติต้านรัฐประหาร ถูกตีตกหรือได้ไปต่อ
เปิดอ่าน 635

ประชุมสภาฯรอบนี้ญัตติต้านรัฐประหารจะถูกตีตกหรือไม่ รัฐบาลคุมเสียงข้างมากอยู่ อีกทั้งเนื้อหากระทบต่อกองทัพ

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาเป็นอีกครั้งที่เสียงไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจได้เกิดขึ้นที่พรรคอนาคตใหม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

 

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาได้เกิดผลในด้านที่เป็นบวกต่อพรรคอนาคตใหม่อย่างมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติต่อระบอบประชาธิปไตยฯ ทำให้ 'ปิยบุตร แสงกนกกุล' เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ประกาศต่อสาธารณะว่าจะเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนต่อทันที หนึ่งในนั้น คือ การผลักดันแนวทางการต่อต้านการรัฐประหาร

 




 

แนวความคิดของปิยบุตรเริ่มได้รับการผลักดันจากส.ส.ของพรรคแล้ว ผ่านการเข้าชื่อเสนอเป็นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฏร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต

 

ทั้งนี้ เหตุผลของการเสนอญัตติได้ระบุว่า "ตามที่ในปัจจุบันได้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2560 ใช้บังคับแล้ว และได้มีการดำเนินกระบวนการตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเพื่ออกจากระบอบรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ กลับเข้าสู่ระบอบรัฐสภาอีกครั้ง ได้แก่ การจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การลงมติแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการตั้งคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ระบอบรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังคงมีความเปราะบาง เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ในการป้องกันมิให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต โดยเฉพาะมาตรการจำกัดอำนาจของกองทัพ ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญที่สุดในการลงมือทำรัฐประหาร ระบอบรัฐสภาที่ดำรงอยู่นี้จึงอาจถูกล้มล้างได้ทุกเมื่อหากมีการใช้อำนาจไปในทางที่ขัดหรือแย้งกับความต้องการของกองทัพ"

 

สำหรับญัตตินี้ได้มีการเสนอโดยส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่รวม 42 คน ซึ่งได้เสนอเข้ามาสภาฯ มาแล้วตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค.2562 ที่ผ่านมา แต่ในการประชุมสภาฯที่มีจะมีขึ้นถึงสามวันระหว่างวันที่ 29-31 ม.ค. กำลังจะมีการพิจารณาญัตติดังกล่าว

 

'คารม พลพรกลาง' ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในผู้ลงชื่อร่วมเสนอญัตติ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึงนั้นญัตติดังกล่าวน่าจะได้รับการพิจารณา แต่ส่วนตัวแล้วยังไม่มั่นใจว่าที่ประชุมสภาฯ จะเห็นชอบกับการให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลเป็นฝ่ายคุมเสียงข้างมาก อีกทั้งญัตตินี้เนื้อหากระทบต่อกองทัพ

 

นายคารม ระบุว่า เหตุผลของการเสนอญัตติฉบับนี้ คือ ต้องการให้สภามาร่วมกันหาทางออกว่าประเทศไทยจะหลุดจากวงจรทางการเมืองได้อย่างไร ซึ่งเป็นวงจรที่วนอยู่กับการรัฐประหาร ยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดเลือกตั้ง แล้วมาร้ฐประหารอีก โดยเป็นวงจรที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ญัตตินี้หากได้รับการพิจารณาของสภาฯและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ ประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนเอง


 

"ยืนยันว่าการดำเนินการของพรรคอนาคตใหม่มีความต้องการเพียงอย่างเดียว คือ การหาทางออกให้กับประเทศ จึงอยากให้ทุกฝ่ายรวมไปถึงรัฐบาลและกองทัพได้รับฟังความคิดเห็นจากสภา ซึ่งเชื่อว่าหากเปิดใจรับฟังแล้วจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว แต่หากถึงที่สุดแล้วเสียงข้างมากลงมติไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องเหล่านี้ก็จะได้รับการพิจารณาในคณะกรรมาธิการสามัญต่อไป ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ หรือ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนต่อไป" นายคารม กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก่อนการประชุมสภาฯในสัปดาห์นี้จะมีการหารือถึงญัตติดังกล่าว โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีมติไม่ให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ เพราะการรัฐประหารได้ผ่านมาเป็นเวลากว่า 5 ปีและคสช.ได้หมดอำนาจไปแล้ว โดยอาศัยเทียบเคียงกับการไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรา 44 ที่เห็นว่ามาตรา 44 ไม่มีผลบังคับใช้แล้วเช่นกัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน