การเมือง

ถวายความจงรักภักดีต่อหน้าพระพักตร์ กองทัพไทยสวนสนาม ‘ครั้งประวัติศาสตร์’

16 มกราคม 2020 เวลา 16:50
ถวายความจงรักภักดีต่อหน้าพระพักตร์  กองทัพไทยสวนสนาม ‘ครั้งประวัติศาสตร์’
เปิดอ่าน 1,608

กำลังพลกว่า 4,000 นายของกองทัพไทย จะแสดงพลังอย่างเกรียงไกรและสมพระเกียรติยิ่ง

 

วันกองทัพไทย 18 มกราคม ของทุกปี หัวใจของผู้กล้าในฐานะนักรบแห่งมาตุภูมิจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ภายในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อ “ธงชัยเฉลิมพล” อันเป็นตัวแทนขององค์พระมหากษัตริย์ไทย

 

ทว่า ในปี 2563 นี้ จะยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ เนื่องในวโรกาสพิเศษปีมหามงคล พระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ครั้งแรกแห่งรัชสมัย

 

กำลังพลกว่า 4,000 นายของกองทัพไทย จะแสดงพลังอย่างเกรียงไกรและสมพระเกียรติยิ่ง

 

 

พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ในฐานะหัวหน้าทีมโฆษกกองทัพไทย เปิดเผยว่า การสวนสนามในวันที่ 18 ม.ค. 2563 ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการถวายสัตย์ต่อองค์พระมหากษัตริย์ครั้งแรกของในหลวงรัชกาลที่ 10

 

 

“เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 และวันกองทัพไทย ทางทหารและตำรวจที่มีธงชัยเฉลิมพลเหมือนกัน จึงได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารและตำรวจพร้อมกันในครั้งนี้” พล.ท.อภิสิทธิ์ ระบุ

 

 



 

ความพิเศษของพิธีสวนสนามถวายสัตย์ในปีนี้ คือการสวนสนามแบบ “3 มิติ” ซึ่งจะประกอบด้วยการสวนสนามเดินเท้า การวิ่งสวนสนาม และการสวนสนามโดยขบวนม้า โดยพรั่งพร้อมไปด้วยขบวนยานยนต์ล้อ และยานยนต์สายพาน รวมถึงหมู่บิน เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานหลายประเภท

 

 

สำหรับขบวนของกองทัพบก จะมีทั้งยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105 มม., 155 มม. ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยา (ปตอ.) 35 มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155 มม. กองทัพอากาศ เช่น เครื่องบิน F-5, F-16, T-50, กริพเพน JAS-39 และเฮลิคอปเตอร์ แบบ EC 725

 

 

พล.ท.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ที่จะถูกนำมาใช้ในการปฏิบัตินั้นมีทุกประเภท ทั้งส่วนที่ประจำการอยู่ในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาผสมผสานร่วมกัน เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งของทหารและตำรวจ ทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์พระประมุขของปวงชนชาวไทย

 

 

“การทำพิธีครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแสดงแสนยานุภาพแต่อย่างใด แต่เป็นการถวายความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยใช้กำลังพลแสดงถึงความเข้มแข็ง ขีดความสามารถของทหาร ซึ่งในอดีตอาจมีบ้างที่การสวนสนามจะปฏิบัติโดยการใช้ขบวนยานยนต์ต่างๆ แต่อาจไม่ได้มีมากขนาดนี้ เพราะครั้งนี้ก็ถือว่ารวมกำลังพลทุกหมู่เหล่ามาร่วมแสดงความจงรักภักดี เนื่องในวโรกาสพระบรมราชาภิเษก ถือเป็นโอกาสแรกที่ทหารและตำรวจจะได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์โดยตรง" พล.ท.อภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

สำหรับการเตรียมความพร้อม จะมีการซ้อมใหญ่ก่อนพิธีจริงอีกครั้งในวันที่ 16 ม.ค.นี้ หลังจากที่ได้มีการซ้อมใหญ่และซ้อมย่อยไปแล้วหลายครั้ง โดยมีกำลังทหาร-ตำรวจทุกเหล่าทัพที่เข้าร่วมการสวนสนามยิ่งใหญ่ครั้งนี้รวม 40 กองพัน กว่า 4 พันนาย

 

 

 

หัวหน้าทีมโฆษกกองทัพไทย ระบุว่า ประชาชนชาวไทยที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดีและชมพระบารมีในครั้งนี้ เนื่องด้วยบริเวณพื้นที่จัดงานที่มีจำกัด จึงได้มีการเรียนเชิญจำนวน 400 คน และนักเรียนอีก 100 คน รวม 500 คน

 

 

ในส่วนของประชาชนท่านอื่นๆ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 และวันกองทัพไทย ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. 2563 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และรับฟังการถ่ายทอดเสียงได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน