การเมือง

ศึกใหญ่ "ชากังราว"

13 มกราคม 2020 เวลา 12:19 น.
เปิดอ่าน 1533

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ อยู่บนปัจจัยทางการเมืองที่แตกต่างจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 

อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายสำหรับคดีที่ศาลจังหวัดพัทยา ยืนคำพิพากษาจำคุกแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)  คดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อปี 2552 ภายหลังคดีนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 โดยพิพากษาให้จำคุก 4 ปี หนึ่งในจำเลยปรากฏชื่อ "พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์" ส.ส.เขต 2 กำเเพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ

 

เมื่อศาลฎีกาออกหมายจับ เพื่อมาฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น. โดยพ.ต.ท.ไวพจน์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 ยืนยันพร้อมจะเดินทางไปฟังคำพิพากษา 

 

แต่หากคำพิพากษายังยืนเช่นเดิมหมายความว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ ต้องสิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (13) ที่กำหนดว่า สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง เมื่อต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก 

 

จากนั้นพื้นที่เขต 2 กำแพงเพชร กกต.ต้องจัดเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างลง ต่อจากเขต 5 นครปฐม และเขต 7 ขอนแก่นซึ่งพรรครัฐบาลเอาชนะฝ่ายค้านได้ทั้ง 2 เขต เพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ในสภาเริ่มลอยเหนือน้ำมาอยู่ที่ 259 เสียง ห่างตัวเลขฝ่ายค้านลดมาเหลือ 240 เสียง

 

 แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ อยู่บนปัจจัยทางการเมืองที่แตกต่างจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราวปลายเดือนม.ค.63

 

 

 

กลายเป็นห้วงเวลาเดียวกับต้นทุนรัฐบาลกำลังถูกตรวจสอบจาก 5 รัฐมนตรีที่ถูก "ล็อคเป้า" ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ 

 

ดังนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งซ่อม เขต 2 กำแพงเพชรจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเวทีซักฟอกรัฐบาล คะแนนนิยมทางการเมืองย่อมสวิงไปถึงการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงนั้นแน่นอน

 

 เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเขต 5 นครปฐม หรือเขต 7 ขอนแก่น ฝ่ายค้านอยู่ในฐานะ "เจ้าของพื้นที่" โดยมีพรรคร่วมรัฐบาลมาลงแข่งขัน เพื่อหวังกำไรจากผลการเลือกตั้งซึ่งทำสำเร็จมาแล้วทั้ง 2 เขต แต่เขต 2 กำแพงเพชร จะเป็นครั้งแรกที่พลังประชารัฐ ต้องมาป้องกันแชมป์ เพื่อยังรักษาฐานเสียง "เมืองกล้วยไข่" เอาไว้ให้ได้ 

 

 

 

แน่นอนว่าภายใต้ความมั่นใจยังคงแฝงไปด้วยความกดดันเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทยเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ถึงแม่พื้นที่ จ.กำแพงเพชรทั้ง 4 เขต จะเป็นของพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด แต่หากผลการเลือกตั้งซ่อมต้องเสียเก้าอี้ ส.ส.เขต 2 ไป จะปลุกกระแสทางการเมืองกลับมาที่ฝ่ายค้าน เช่นเดียวกับที่พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ เคยทำให้ฝ่ายรัฐบาลต่อสนามเลือกตั้งซ่อมมาแล้ว

 

เมื่อย้อนไปถึงผลเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.2562 เขต 2 กำแพงเพชร ประกอบด้วย อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบืออำเภอโกสัมพีนคร อำเภอไทรงาม (เฉพาะตำบลมหาชัย ตำบลพานทอง ตำบลหนองคล้า และตำบลหนองทอง) อำเภอเมืองกำแพงเพชร (เฉพาะตำบลสระแก้ว)

 

 

คะแนนอันดับที่ 1 เป็นของพ.‬ต.ท.ไวพจน์ จากพลังประชารัฐ ได้ 34,271 คะแนน อันดับ 2 นายอดุลรัตน์ แสงประชุม จากเพื่อไทย ได้ 18,626 คะแนน อันดับ 3 นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ลูกชาย นพ.ปรีชา มุสิกุลเจ้าของพื้นที่เดิมสมัยที่แล้ว จากประชาธิปัตย์ได้ 13,261 คะแนน 

 

ถึงนาทีนี้ชื่อตัวแทนลงสมัครเลือกตั้งซ่อมยังอยู่ที่ "เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์" ลูกชายพ.‬ต.ท.ไวพจน์ ซึ่งลงพื้นที่ติดตามบิดามาโดยตลอด ยังเป็นตัวเต็งที่พลังประชารัฐ จะส่งสมัครเลือกตั้งเพื่อรักษาพื้นที่ตระกูล "อาภรณ์รัตน์" ท่ามกลางเสียงปลอมโยนพ.ต.ท.ไวพจน์จากเพื่อน ส.ส.พลังประชารัฐ ต่อชะกรรมที่ชี้ขาดในวันที่ 15 ม.ค.นี้