การเมือง

สามมิตรยึดพลังประชารัฐ ส่ง "เสี่ยแฮงค์" วัดพลัง "สนธิรัตน์"

16 ธันวาคม 2019 เวลา 15:41
สามมิตรยึดพลังประชารัฐ ส่ง "เสี่ยแฮงค์" วัดพลัง "สนธิรัตน์"
เปิดอ่าน 2,064

จะเห็นว่าแกนนำกลุ่มสามมิตร ต้องการเข้าไปมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐมากขึ้น

 

21 ธันวาคม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นัดหมายแกนนำและสมาชิกพรรคประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อถกแถลงถึงการบริหารงานของพรรคในอนาคตภายหน้า และมีวาระน่าจับตาในส่วนของการปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรค เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน เพราะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันนี้ นับเป็นชุดแรกที่มีมา นับแต่ตั้งพรรคเมื่อปลายปี 2561

 

ในสถานการณ์ที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเสียงปริ่มน้ำนั้น ต้องยอมรับว่าโครงสร้างผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐ มีปัญหาพอสมควร เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น ส.ส.หากนั่งในตำแหน่งสำคัญซึ่งมีงานชุก

 

ไม่ว่าจะเป็นนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น

 

ส่วนผู้ที่มีบทบาทในการควบคุมดูแล ส.ส.อยู่ทุกวันนี้ ไม่มีฐานะเป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ส.พะเยา ซึ่งเป็นมือดีลกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมถึงประสานงานระหว่างก๊วนต่างๆ ในพรรคพลังประชารัฐ , นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคให้เป็นประธาน ส.ส. มีหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษา ส.ส.ทั้งน้องใหม่และคนเก่า รวมถึงก๊วนสามมิตร ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

 

ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ส่งให้พรรคพลังประชารัฐ ต้องมีการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะที่แล้วมานั้น ผู้บริหารพรรคกับ ส.ส.ทำงานไม่ประสานเป็นหนึ่งเดียวมากนัก เรียกว่าต่างคนต่างเดิน โดย ส.ส.ก็ทำหน้าที่ของตัวเองในสภา ขณะที่ผู้บริหารก็ทำหน้าที่ของตัวเองในตำแหน่งรัฐมนตรีเสียส่วนใหญ่ จึงทำให้พรรคขาดความเป็นเอกภาพ

 

 



 

สำหรับการปรับโครงสร้างใหม่นี้ มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า , นายสุชาติ ชมกลิ่ม , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะเข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย ส่วนที่น่าจับตามองคือมีความพยายามเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค

 

โดย "กลุ่มสามมิตร" เตรียมเสนอชื่อ "เสี่ยแฮงค์" นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคแทน "นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" เพราะมองว่าเลขาธิการพรรคคนเดิมนั้น งานล้นมือ ขณะที่นายอนุชา เป็น ส.ส.ที่มีประสบการณ์สูง รู้จักมักคุ้นกับ ส.ส.มากหน้าหลายตาเป็นอย่างดี จึงเหมาะที่จะมาทำหน้าที่ดังกล่าว

 

สำหรับนายอนุชา ที่ผ่านมา ต้องเรียกว่าอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นการพลาดตำแหน่งรัฐมนตรี ครั้งหนึ่งยังเคยอ้อนวอน "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าขออย่ายกตำแหน่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมให้นายสุริยะ พี่ใหญ่ก๊วนสามมิตร แต่ควรให้เป็นรัฐมนตรีพลังงาน ทว่าสุดท้าย "บิ๊กตู่" เลือกที่จะให้นายสนธิรัตน์ นั่งรัฐมนตรีพลังงาน และให้นายสุริยะ นั่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรม

 

ที่แล้วมา"สามมิตร" กับแก๊ง 4 กุมารของนายสนธิรัตน์ เหมือนจะขัดใจกันเนืองๆ โดยครั้งหนึ่งแกนนำกลุ่มสามมิตร เคยให้ "นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ไล่นายสนธิรัตน์ ออกจากเลขาพรรคมาแล้ว เพราะความไม่พอใจในการดีลตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วม และการต่อรองกันเองในพรรคพลังประชารัฐ

 

 

 

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรคครั้งนี้ จะเห็นว่าแกนนำกลุ่มสามมิตร ต้องการเข้าไปมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐมากขึ้น และต้องยอมรับว่าก๊วนสามมิตรนั้น กุมการได้เปรียบ เหนื่องจากเป็น ส.ส.ด้วย และมี ส.ส.อยู่ในมือพอสมควร ทำให้มีอำนาจต่อรองสูง หากเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ กระนั้นก็ตาม สุดท้ายการตัดสินในว่าใครจะเป็นเลขาพรรคและใครจะได้เป็นกรรมการบริหารพรรคด้วยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์ ผู้มากบารมีในพรรคเห็นสมควร

 

เพราะเดิมทีที่นายสนธิรัตน์ ได้เข้ามานั่งในตำแหน่งเลขาพรรคนั้น เพราะ "บิ๊กป้อม" ต้องการภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค ไม่อยากให้เป็นภาพของนักการเมืองน่าเก่า ที่เอาแต่ต่อรองอำนาจ แต่ต้องการมุ่งภาพลักษณ์ของคนทำงาน แก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลัก ซึ่งนายสนธิรัตน์ ตอบโจทย์ดังกล่าว เพราะเชี่ยวชาญงานด้านเศรษฐกิจ

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน