การเมือง

เอาผิดแฟลชม็อบ “ธนาธร”

15 ธันวาคม 2019 เวลา 20:27 น.
เปิดอ่าน 548

ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอย่าตกเป็นเครื่องมือของพวกยั่วยุก่อให้เกิดความแตกแยก

และแล้วก็มาถึงวันที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เลือกที่จะเดินการเมืองนอกสภา พามิตรรักแฟนคลับจากโลกออนไลน์ลงถนน แสดงออกซึ่งการต่อต้านรัฐบาลที่นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งแม้ว่าจะมาตามกระบวนการประชาธิปไตย ทว่า “ธนาธร” ยังมองเป็นการสืบทอดอำนาจ

           

มวลชนนับหมื่นที่มารวมตัวกันบริเวณสกายวอล์ก ปทุมวัน ตามการนัดหมายของนายธนาธร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชุมนุมครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งนายธนาธร ประกาศว่าจะมีขึ้นอีกครั้งในเดือนมกราคมนี้

           

สำหรับประเทศไทย ล้างจากม็อบใหญ่การเมืองมานานถึง 5 ปี นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน จากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.หรือ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 7 เดือน

           

สำหรับการชุมนุมของ “นายธนาธร” ครั้งนี้ ไม่มีการยื่นขออนุญาตการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสถานะ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) จำนวน 1 กองร้อย รักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบให้กับประชาชนในบริเวณ

 

 

ล่าสุด พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐาน ว่าการกระทำของแกนนำพรรคอนาคตใหม่นั้น ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมแฟลชม็อบเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.การชุมนุมฯ อย่างชัดเจนอยู่แล้ว เพราะไม่มีการมาแจ้งการชุมนุมก่อน

 

พล.ต.ต.เมธี กล่าวว่า การจะทำอะไรก็ตาม ต้องทำตามกติกากฎหมายบ้านเมือง

 

สำหรับการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ประชาชนที่มารวมตัวกัน โห่ร้องไล่ตำรวจให้ออกจากพื้นที่พร้อมตะโกน "ประชาธิปไตยจงเจริญ  เผด็จการจงออกไป"

 

โดยทันทีที่การชุมนุมยุติลง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาให้ข่าวว่า การจัดกิจกรรมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ ถือเป็นเรื่องปกติในวิถีประชาธิปไตย ที่เราต่างต้องรับฟังและเรียนรู้ร่วมกันไป และเชื่อว่าหัวหน้าพรรคการเมืองที่จัดมีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสังคมเพียงพอ ที่จะไม่สร้างปัญหายั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมหรือกระทำการใดๆที่ขัดต่อหลักกฎหมาย  ซึ่งเราทุกคนต่างได้รับบทเรียนจากอดีตและความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมกันมาแล้ว

 

 

“ขอยืนยันถึงเจตนาและความตั้งใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายร่วมกัน ในการทำหน้าที่ดูแลประชาชนส่วนใหญ่ มิให้ได้รับผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและมีความปลอดภัยภายใต้กรอบกฎหมาย   โดยเฉพาะไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรงกันในทุกกรณี จึงขอให้ประชาชน เชื่อมั่นและไว้ใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ”

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ยังก็มีความกังวลอยู่บ้าง หากมีการปลุกปั่น ยั่วยุ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลด้านเดียวหรือไม่ครบถ้วน ทั้งในพื้นที่ชุมชุนหรือในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งผิดกฎหมายและที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน  จึงขอให้ประชาชนร่วมกันเตือนสติและใช้วิจารณญาณ ไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับอย่างรอบด้านและเท่าทัน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของบุคคลใด ยั่วยุให้เกิดความแตกแยกสามัคคีกันดังเช่นอดีต

 

สำหรับปฏิกิริยาจากฝ่ายความมั่นคง ยังถือว่าไม่เข้มข้นนัก หลังจากนายธนาธรออกมาแสดงพลัง เพราะต้องประเมินกระแสสังคมด้วย โดยจะเห็นว่าเวลานี้นายธนาธร ได้ใจมวลชนไปพอสมควร จึงไม่สมควรที่จะมีอะไร นอกเหนือจากการแจ้งดำเนินคดีพื้นๆ เช่น ผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ