การเมือง

“รัชดา” สส.คนขยันเขต12

15 ธันวาคม 2019 เวลา 9:31
“รัชดา” สส.คนขยันเขต12
เปิดอ่าน 640

นอกจากการลงพื้นที่ดูแลผู้สูงอายุแล้ว อีกสิ่งที่ "รัชดา" ทำคือการแนะนำการวางแผนการเงินให้กับคนวัยทำงาน

ถึงแม้จะได้รับหน้าที่บทบาทใหม่ในตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ได้ทำให้การลงพื้นที่เพื่อดูแลเยี่ยมเยียนประชาชนลดน้อยลง สำหรับ "ดร.รัชดา ธนาดิเรก" หรือ "ดร.กานต์" แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ถึงวันนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะ ส.ส. แต่ภารกิจทางสังคมที่ทำมาต่อเนื่องนานหลายปีก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

 

จากจุดเริ่มต้นในเส้นทางการเมืองในการเลือกตั้งปลายปี 2550 "รัชดา" ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 12 เขตบางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชันทวีวัฒนา ตั้งแต่นั้นมาทำให้เห็นปัญหาประชาชนในหลายมิติไม่เว้นแต่สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ ซึ่ง "รัชดา" ได้เป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากสูงวัยที่ขาดการช่วยเหลือดูแลอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่บางพลัด-บางกอกน้อย มีหลายชุมชนที่มีชีวิตคนชราจำนวนมาก รวมถึงมีผู้ป่วยติดเตียงที่เห็นได้บ่อยครั้ง

 

เริ่มต้น "รัชดา" เล่าถึงคนกลุ่มสูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแลจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 500 บาท ในแต่ละเดือนตั้งแต่ค่าผ้าอ้อม ผ้าปูรองปัสวะ ถึงแม้ผู้สูงอายุจะมีรายได้จากเบี้ยยังชีพ หรือบางคนที่ป่วยติดเตียงจะได้เงินดูแลผู้พิการ แต่หากต้องมาจ่ายค่าผ้าอ้อม หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทุกวันจะแบกรับไม่ไหว

 

"รู้สึกว่าถ้าเราช่วยได้ก็จะทำ หากพบกลุ่มคนเหล่านี้ในขณะลงพื้นที่หรือมีใครแจ้งมา จะนำสิ่งของเหล่านี้ไปมอบให้มาตลอด ด้วยความที่วันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ดีอย่างหนึ่งว่าไม่ต้องถูกกดดัน แต่เราอยากทำอะไรก็ทำมาด้วยใจเป็นสิ่งที่ทำอยู่เสมอ"

 

เมื่อนิยามของผู้สูงอายุและสังคมผู้สูงอายุ ชี้วัดจากการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปรวมทั้งเพศชายและเพศหญิง มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี เกินร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ แต่สำหรับสถานการณ์สังคมสูงวัยในประเทศไทยขณะนี้ "รัชดา" ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่เริ่มน่ากลัว ส่วนกลุ่มที่ยังไม่สูงวัยยังนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าในวันที่ตัวเองเกษียณอายุจะวางแผนใช้ชีวิตอย่างไร

 

"รัชดา" มองว่าถ้ากลุ่มที่เกษียณอายุราชการแล้วในวัย 60-65 ปี ยังเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพแต่ไม่ได้ทำงาน ถ้ามีเงินก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าไม่มีเงินในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่มีความเจ็บป่วยจะหาเงินที่ไหนมาดูแลตัวเอง หรือบางคนที่เพิ่งสวัสดิการของรัฐแต่ต้องไปแออัดที่โรงพยาบาล หรือหลายคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัวในบั้นปลายชีวิตในการใช้เงินมารักษา ก็เคยพบเห็นมาเช่นกัน

 

"ที่ยากไปกว่านั้นจะพบว่าในกลุ่มของผู้หญิงจะอายุยืนกว่าผู้ชายประมาณ 6-7 ปี ผู้ชายจะเสียชีวิตเฉลี่ยอายุ 72 ปี ส่วนผู้หญิงจะเฉลี่ย 78 ปี แต่ผู้ชายในช่วงวัย 69-70 ปีจะมีการป่วยจากโรคใหญ่ๆ ตั้งแต่มะเร็ง หรือโรคไต ทำให้ครอบครัวใช้เงินทุ่มไปกับการรักษาตัวของผู้ชาย แต่สุดท้ายผู้ชายก็เสียชีวิต จนเหลือแต่ผู้หญิง"

 




 

นอกจากการลงพื้นที่ดูแลผู้สูงอายุแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ "ดร.กานต์" ทำอยู่บ่อยครั้งเวลาทำกิจกรรมสังคม เป็นเรื่องการแนะนำการวางแผนการเงินให้กับคนวัยทำงาน โดยยกตัวอย่างจากปัญหาสังคมสูงวัยมาให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถึงแม้จะมีความมั่นคงก็ตาม แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งต้องใช้เงินไปทุ่มให้กับคนรัก ภายหลังเก็บเงินมาทั้งชีวิตแต่บั้นปลายชีวิตมีความเจ็บป่วยหนักๆ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาเป็นแสนๆ บาทเพียงไม่กี่สัปดาห์ เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตก็หมดไป บางเคสต้องขายบ้านเพื่อรักษาสามี จนตัวเองมาเป็นผู้เช่าบ้าน สุดท้ายสามีก็เสียชีวิตอยู่ดี จึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากในยุคสังคมสูงวัย

 

"เพราะฉะนั้นต้องเตรียมตัวก่อนจะแก่ 1.ถ้ามีบุตรก็ต้องซื้อประกันสุขภาพ 2.ตัวเองต้องมีประกันสุขภาพ 3.วางแผนใช้จ่ายเงินทองของเราแยกบัญชีใช้จ่ายทั่วไป บัญชีที่เก็บไว้ไม่แตะเลยซึ่งอาจปรับไปลงทุนในกองทุนต่างๆ เพื่อผลในระยะยาว และบัญชีใช้ตอนวันชรา เพราะในวัยนี้จะมีค่าใช้จ่ายเยอะมาก ในวัยทำงานจึงต้องมองภาพตัวเองหลังอายุ 60 ปีให้ออก ถ้าไม่เริ่มวันนี้จะทำให้เงินแต่ละบาทที่หมดไปเสียของได้"

 

"รัชดา" ชี้ให้เห็นสภาพสังคมผู้สูงอายุ มีความหมายมากกว่าแค่ว่ามีประชากรอายุเกิน 60 ปีมากขึ้น แต่หมายถึงมีคนจำนวนมากทีต้องดำเนินชีวิตโดยไม่มีเงินเดือนอีกจำนวนมากที่สุขภาพร่างกายเสื่อมสภาพลง และอีกจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาคนอื่นในการใช้ชีวิต จึงเป็นความน่ากลัวของสังคมสูงวัย

 

โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่ใช่ประโยคล้อเล่นกับผู้หญิงอีกต่อไปกับคำว่า "แก่ง่ายตายช้า" มันคือคำที่มีความหมายยิ่งใหญ่ เพราะมีเคสที่เคยพบเจอจากการลงพื้นที่ เมื่อมีลูกสาวลาออกจากงานมาดูแลแม่ เหลือเพียงสามีทำงานคนเดียว แต่สามีก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วย ส่วนอีกเคสมีภรรยาดูแลสามีซึ่งพิการจากอุบัติเหตุ แต่ต้องดูแลพ่อที่เพิ่งป่วยติดเตียงจากเส้นเลือดในสมองตีบเช่นกัน เท่ากับว่าต้องดูแล 2 คนไปพร้อมกับหลานเล็กๆ ที่แม่เพิ่งเสียชีวิต

 

เป็นปัญหาที่ "รัชดา" ลงพื้นที่พบเห็นสอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักสารสนเทศและประเมินผลลัพธ์สุขภาพ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่าคนอายุ 60-69 ปี มีอัตราเข้าใช้บริการด้านสาธารณสุขปีละ 7.31 ครั้งต่อคน โดยเฉพาะตัวเลขผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปมีอัตราเข้าใช้บริการปีละ 7.62 ครั้งต่อคน

 

"รัชดา" เล่าให้ฟังถึงเดินการลงพื้นที่พบว่า 5 ใน 6 บ้านมีผู้หญิงที่ต้องดูแลผู้ชายทั้งหมด ทุกคนก็รอสวัสดิการของรัฐและรอบำนาญ แต่สวัสดิการเหล่านี้จะไม่พอใช้จ่ายถ้าเจ็บป่วยจะลำบากแน่ๆ จึงพยายามสร้างความตื่นตัวของคนในยุคนี้ขึ้นมา ตั้งแต่การลงทุนในกองทุนต่างๆ เพราะถ้าจะไปเตรียมพร้อมในวัย 55 ปีเชื่อว่าไม่ทันแล้ว แต่ต้องเตรียมคนยุคนี้เพื่อจะแก่ในอีก 30 ปีข้างหน้า

 

ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้กำหนดให้ประเด็นสังคมสูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ ภายหลัง "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยได้รับรายงานถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยในปี 2561 พบว่า มีประชากรไทยที่เป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 60 ปีอยู่ที่ 12 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ผู้สูงอายุช่วง 60-64 ปี มีถึงร้อยละ 41 ที่ไม่ได้ทำงาน หรือหยุดทำงาน มากไปกว่านั้นยังมีคนจำนวนมากที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุแต่ขาดความตระหนักต่อการเข้าสู่วัยสูงอายุ

 


 

ไม่ใช่แค่นั้นรัฐบาลได้กำชับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุระยะ 3 ปี ระหว่างปี 2563-2565 ประกอบด้วย 3 ด้าน 1.การเตรียมความพร้อมประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ 2.การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ และ3.การพัฒนาบุคลากรด้านผู้สูงอายุ เพื่อดูแลผู้สูงอายุ ส่วนในปี 2563 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เคยประเมินสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุไว้ว่า ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ราว 13 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีตัวเลขผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ญี่ปุ่น หรือประเทศยุโรป

 

แต่ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) "รัชดา" ชี้ให้เห็นว่าเป็นช่องทางที่แจ้งปัญหาไปยัง พม. รวมถึงการได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายสตรี จากจกลุ่มผู้หญิงที่ถูกสามีกระทำ เพื่อช่วยประสานไปยัง พม.ให้ดูแลช่วยเหลือประชาชนเช่นกัน

 

"ทุกครั้งที่ลงพื้นที่จะแจกผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ผู้สูงอายุ และแจกยาดมรัชดาที่สั่งทำจากปราจีนบุรี ถือเป็นงานที่ใช้ความใกล้ชิดเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน เป็นงานที่เรารัก และเป็นความสุขส่วนตัวด้วย."



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน