การเมือง

ส้มเน่า

14 ธันวาคม 2019 เวลา 15:04 น.
เปิดอ่าน 3797

ธนาธร ไม่ได้เป็น ส.ส. แถมพรรคถูกยุบ สุดท้ายก็พากันลงไปสู้ในถนน

หากเปรียบ "เรือเหล็ก” ของรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ เป็นดั่ง "เรือรั่ว”

 

เหตุเพราะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย พากันเจาะเรือ จนน้ำเข้าไปครึ่งค่อนลำ กว่าจะวิดน้ำออกได้แทบตาย

 

เมื่อหันมาดู อนาคตใหม่ พรรคที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ฟูมฟักมาปีเศษจนได้สส.มา80คน มีคนเลือก6ล้านคนทั่วประเทศ คือสิ่งที่ ธนาธร ภาคภูมิใจ

 

แต่กรณียุบพรรค กลายมาเป็นต้นเหตุให้”เรือแตก”

 

ปฐมบทของเรื่องนี้ ธนาธร ไม่เคยโทษตัวเอง เอาแต่หันซ้ายหันขวาไปโทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุแห่งความ”หายนะ” เหมือนที่อดีตลูกพรรคเคยพูดเอาไว้

 

ความจริง”อนาคตใหม่” แม้นจะเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายและแนวคิดสุดโต่งเพียงใด แต่เพียงแค่แนวคิด กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้

 

หากไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น

 

กรณีของธนาธร ก็เช่นเดียวกัน ประเด็นหลักๆที่เป็น”ปมตวัดมาผูกคอ” ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เองมีอยู่ด้วยกัน 3เรื่อง

 

เรื่องแรก ด้วยแนวคิดและอุดมการณ์ที่สุดโต่ง ทำให้คนที่เขาเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นอันตรายต่อประเทศ ที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 

เพราะมีการพูดหรือคิดในทางทำลายล้างระบบดังกล่าว มันอาจขัดต่อตัวบมกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายแม่บทในการปกครองประเทศคือ รัฐธรรมนูญ

 

ธนาธร จะบอกว่ามีคนคอยกลั่นแกล้งคงไม่ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญปี2560มีมาก่อนที่ ธนาธร จะเล่นการเมือง

 

มันเหมือนกติกา ธนาธร เป็นนักฟุตบอลสังกัดทีมอนาคตใหม่ จะส่งทีมลงแข่งต้องทำตามกติกา ต้องศึกษากติกาว่า กติกาสำหรับทีมเป็นอย่างไร กติกาสำหรับตัวผู้เล่นเป็นอย่างไร และกติกาสำหรับเงินอุดหนุนทีมและนักเตะเป็นอย่างไร

 

คุณสมบัติสส.เขาเขียนห้ามมิให้ถือหุ้นสื่อ ถ้าถือหุ้นสื่อแปลกว่าขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งสส.ไม่ได้ หากธนาธร ไปขายหุ้นหรือโอนหุ้นทิ้ง ก็ขาดคุณสมบัติ

 

เมื่อกกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลฯวินิจฉัยว่าผิดขาดคุณสมบัติก็จบ

 

นักเตะชื่อ ธนาธร หมดสิทธิลงสนาม แล้วจะไปโทษใคร

 

ต่อมา คนเขามองว่า การที่ ธนาธร ให้พรรคกู้เงิน191ล้านบาท ก็ต้องไปดูกฎหมายว่า กฎหมายให้ทำได้หรือไม่ รายได้ของพรรคการเมืองมากี่ทาง ที่เขาเขียนไว้คือมา7ทาง

 

แต่ไม่มีเรื่องเงินกู้

 

กกต.จึงต้องพิจารณาโดยยึดหลักกฎหมายว่า เมื่อพรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้ การที่พรรคกู้เงินจึงมีความผิด ธนาธร ไม่ได้ผิดเพราะให้พรรคกู้เงิน แต่พรรคผิดเพราะไปกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินของใคร

 

ตามกฎหมายก็เป็นเงินที่ได้มาจากช่องทางที่กฎหมายห้ามเอาไว้ ดังนั้นนกกต.จึงต้องส่งศาลฯยุบพรรคอนาคตตใหม่ หากกกต.ไม่ดำเนินการ กกต.จะมีความผิดข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

จะโกรธ กกต.ว่ามีธง วางธงเอาไว้แล้วไม่น่าจะถูกต้อง

 

หรือจะบอกว่าศาลฯกลั่นแกล้งก็ไม่ถูกต้องเพราะมีบางกรณีเช่น การล้มล้างการปกครอง ศาลฯก็สั่งยกไปแล้ว อันไหนไม่มีเจตนา อันไหนไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครไปสร้างหลักฐานหรือกลั่นแกล้งธนาธรและอนาคตใหม่ได้

 

บางคนอย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ไปกล่าวหา ว่ากกต.มีมติอัปยศ ใช้เอกสารแถลงข่าวแค่8บรรทัด

 

แต่ความจริงในสำนวนของกกต.ยังไม่มีใครทราบว่า เหตุผลและตัวบทกฎหมายที่นำมาประกอบในการยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคนั้นมีว่าอย่างไร

 

มีแหล่งข่าวบอกว่า ใน7เสียงกกต.เห็นว่า เงินกู้นั้นผิดจริงเพราะไม่มีในกฎหมาย เขาไม่ให้กู้เงิน แต่เมื่อถามว่า เมื่อผิดแล้วจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ อย่างน้อย ใน7เสือกกต.ก็มี2เสียงที่เห็นว่าไม่ควรยุบพรรคอนาคตใหม่

 

มติจึงไม่เป็นเอกฉันท์ หากอนาคตใหม่มีช่องทางในการต่อสู้ ก็ยังไม่รู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านจะตัดสินอย่างไร

 

แต่มีการนำคดีหุ้นวีลัคมีเดีย มาเปรียบเทียบกับคดีเงินกู้ จะเห็นว่าคดีหุ้นวีลัคมีเดีย ใช้เวลาเพราะมีข้อเท็จจริงเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่คดีเงินกู้ มีหลักฐานที่ชัดเจนทั้งจากตัว ธนาธร เองและจากคณะกรรมการปปช. จึงคิดว่าศาลฯท่านจะใช้เวลาไม่นาน

 

เดากระบวนการน่าจะจบอย่างเร็วกลางเดือนมกราคมปีหน้า อย่างช้าสิ้นเดือนมกราคม

 

สเต็ปต่อไป อนาคตใหม่ จะทำอย่างไร วันนี้ธนาธร เรียกประชุม แนวทางที่เป็นไปได้จะมี2 ทางคือ ตั้งทีมกฎกหมายสู้คดี กับวางแผนอนาคตว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามกกต. จะต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่

 

สส.จะไปทางไหน ก่อนหน้านี้ ธนาธร เคยบอกว่า มีสส.60คนจาก80คนจะตามเขาไปกับพรรคใหม่ แต่ไม่ง่ายเพราะว่า พรรคใหม่ หากธนาธร ถูกตัดสิทธิ์เว้นวรรคการเมืองกับกรรมการบริหารอีก15คนในนั้นมีสส.10 ก็พ้นไปด้วย

 

เมื่อไม่มี ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ และระดับชนชั้นสูงของพรรคแล้ว ลูกพรรคจะไปทางไหน

 

วันนี้ในพรรคอนาคตใหม่ มี3กลุ่มคือ กลุ่มที่ใกล้ชิด ธนาธร ปิยบุตร สองกลุ่มสส.เขตที่มีฐานเสียงของตัวเอง และสามกลุ่มสส.ที่มีความคิดสวนทางกับพรรค

 

มองได้ว่า กลุ่มแรกไปกับธนาธร แต่อีกสองกลุ่มหลัง อาจถูกดึงไปอยู่กับพรรคการเมืองที่ตั้งอยู่แล้ว และหรืออาจไปตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา

 

เพราะอย่าลืมว่า ในภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แบบนี้หากรวมกันได้5-10คน จะเข้าร่วมรัฐบาลนั้นมีเก้าอี้รัฐมนตรีรออยู่ แต่หากพรรครัฐบาลจะรับเข้าพรรคก็เกรงว่าจะถุกครหาว่า”งูเห่า” ทางที่ดีตั้งพรรคใหม่แล้วฝากเลี้ยงเอาไว้จะดีที่สุด

 

แต่ไม่ว่าอย่างไร พรรคอนาคตใหม่วันนี้อยู่สภาวะ”เรือแตก”อย่างไม่ต้องสงสัย

 

วันนี้ ธนาธร จึงเสมือนหมดทางเลือก เพราะสส.ก็ไม่ได้เป็น พรรคการเมืองยังถูกยุบ เหลือหนทางสุดท้ายคือ มุ่งหน้าลงถนน

 

เพราะมันคืองานที่ถนัดของ ธนาธร ในอดีต

 

เมื่อเหตุการณ์ลุกลามบานปลายเอาไม่อยู่ พรรคสีส้ม หรือส้มหวานของธนาธร จะกลายเป็นพรรคส้มเน่าและหมดอนาคตทันที.

 

/////////