การเมือง

ข้อกม.แห่ง "วันสิ้นพรรค"

12 ธันวาคม 2019 เวลา 15:29 น.
เปิดอ่าน 792

เอฟเฟ็คโทษ "ยุบพรรค" สวิงกลับไปถึง ส.ส.ต้องหาพรรคการเมืองสังกัดภายใน 60 วัน

 

ภายหลังวันที่ 11 ธ.ค.2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้พิจารณาสำนวนคำร้องกรณีพรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นจำนวนเงิน 191,200,000 บาท 

 

เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กกต.จึงมีมติด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 แห่งพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 

 

หากไล่เลียงประเด็นสำคัญที่ กกต.พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานมาจากกฎหมายที่บัญัติใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ตั้งแต่ "มาตรา 62" ในเรื่อง "รายได้ของพรรคการเมือง" ทั้ง 7 ข้อที่กำหนดไว้ในมาตรา 62 ทั้งหมดไม่ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงิน นำมาใช้ในการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองได้

 

ส่วน "มาตรา 66" แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ก็กำหนด "เพดาน" การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปี 

 

โดยบทลงโทษในมาตรา 125 ได้ระบุว่า "พรรคการเมืองใดรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมีมูลค่าเกิน ที่กําหนดไว้ในมาตรา 66 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีกําหนด 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กําหนดไว้ตามมาตรา 66 ตกเป็นของกองทุน"

 

ขณะที่ "มาตรา 92" ที่กำหนดว่า เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น 

 

โดยใน (3) ได้ระบุถึงกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 ตามพรป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งมีบทลงโทษอยู่ในมาตรา 126 ที่ระบุว่า "ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 72 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น" 

 

ด้าน "มาตรา 93" กำหนดว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดกระทําการตามมาตรา 92 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด"

 

ส่วนวรรคสองระบุไว้ว่า "ในการยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 คณะกรรมการจะยื่นคําร้องเอง หรือจะมอบหมายให้นายทะเบียนเป็นผู้ยื่นคําร้องและดําเนินคดีแทนก็ได้ และเพื่อประโยชน์ในการดําเนินคดี นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือ ดําเนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะเสร็จสิ้นก็ได้"

 

ที่สำคัญในวรรคสามของมาตรา 93 ยังให้อำนาจ กกต.เพิ่มเติมเพื่อสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทำใดๆได้ โดยระบุไว้ว่า"ในกรณีที่เห็นสมควรศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทําใดไว้เป็นการชั่วคราว ตามคําร้องขอของคณะกรรมการ นายทะเบียน หรืออัยการสูงสุด แล้วแต่กรณีก็ได้"

 

สำหรับมติการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ จะมีขั้นตอนการรับคำร้อง ไต่สวน ไปจนถึงคำพิพากษา ซึ่งในกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2562 บทลงโทษได้กำหนดระยะเวลา "เพิกถอนสิทธิ" สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากพรป.พรรคการเมือง "มาตรา 72" ไม่ได้กำหนดระยะเวลาของการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ 

 

 

 

แต่ใน "มาตรา 94" วรรคสองตามพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นบทกำหนดโทษยุบพรรคไทยรักษาชาติ ระบุไว้ว่า "ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าว ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหาร พรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ทั้งนี้ ภายในกําหนด 10 ปีนับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ"

 

เอฟเฟ็คสำคัญสำหรับโทษ "ยุบพรรค" จึงสวิงกลับไปถึง ส.ส.ในพรรคการเมืองนั้นต้องเดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(10) วรรคสองที่ระบุว่า กรณีที่ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง เพราะมีคําสั่งยุบพรรคการเมืองที่ ส.ส.ผู้นั้นเป็นสมาชิกและ ส.ส.ผู้นั้นไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีคําสั่งยุบพรรคการเมือง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกําหนด 60 วัน

 

เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาของ กกต.แต่ละขั้นตอนไปจนถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่พรรคอนาคตใหม่ต้องต่อสู้คดี "ยุบพรรค" เพื่อต่ออายุลมหายใจทางการเมือง