การเมือง

เดิมพัน "นิพิฎฐ์" เขต 2 พัทลุง 

11 ธันวาคม 2019 เวลา 14:03
เดิมพัน "นิพิฎฐ์" เขต 2 พัทลุง 
เปิดอ่าน 2,361

 ถ้าการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตต้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อส่งให้ศาลฎีกาฯตัดสิน

 

ในชั้นการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันนี้ นอกจากมีการพิจารณาสำนวนคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่191 ล้านบาทจะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ และสำนวนการพิจารณาว่านายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย จะขาดคุณสมบัติในการสมัครเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.2560 เช่นกันหรือไม่

 

ยังมีสำนวนที่ "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" อดีตส.ส.พัทลุง ยื่นร้องต่อ กกต.เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2562 ให้ตรวจสอบการทุจริตในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พัทลุง เมื่อ 24 มี.ค.2562 เพราะเชื่อว่าพบปัญหาการซื้อบัตรประชาชนนับหมื่นใบ เมื่อผลเลือกตั้งในครั้งนั้นอันดับ 1 เป็นของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย ได้ 47,584 คะแนน อันดับ 2 นายนิพิฏฐ์ ได้ 22,428 คะแนน อันดับ 3 นายอนุชาติ จันทร์ทอง พรรคพลังประชารัฐ ได้ 10,309 คะแนน 

 

ข้อมูลที่ "นิพิฏฐ์" ร้องเรียนมาจากหลักฐาน 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.บันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งมีสมาชิกจำนวน 388 คน มีเนื้อหาแชตไลน์สนทนา "สั่งให้รวบรวมบัตรประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมการทุจริตการเลือกตั้ง โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนอย่าประมาท เพราะเรากำลังสู้กับกฎหมาย" 

 

2.หลักฐานบันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์อีกกลุ่ม เป็นการแจ้งเตือนจากกรรมการบริหารพรรคหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มไลน์ด้วย โดยบอกกับสมาชิกในกลุ่ม "ให้ระวังเนื่องจากตนกำลังจับตาตรวจสอบอยู่ โดยประกาศให้รางวัลกับคนที่เก็บบัตรประชาชนหัวละ 10 บาท"

 

3.ข้อความจากไลน์อีกหนึ่งกลุ่ม มีใจความว่า "หากใครถูกจับช่วงแจกเงินให้บอกว่า เป็นเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกตำรวจจับ ผมก็พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำ" และ 4.หลักฐานเป็นสมุดบัญชีการจ่ายเงินให้กับประชาชนเจ้าของบัตรมีรายละเอียด อาทิ จำนวนสมาชิกในครอบครัว ยอดจำนวนเงิน และสัญลักษณ์การจ่ายเงินแล้ว โดยทั้งหมดมีการรวบรวมบัตรประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ 5 หมื่นใบ

 

 




 

แนวทางของ กกต.ในการพิจารณาสำนวนนี้หากวินิจฉัยว่ามีการซื้อเสียงจริง จะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ภายหลัง กกต.ได้รับรองการเป็น ส.ส.แล้ว หากศาลมีคำตัดสินว่ามีการซื้อเสียง กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมในเขต 2 พัทลุง ซึ่งจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 131 บัญญัติไว้ว่า 

 

"ภายใน 1 ปีหลังจากวันเลือกตั้งอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกต้ัง แบบแบ่งเขตเลือกต้ังใดข้ึนใหม่ เพราะเหตุท่ีการเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตและ เท่ียงธรรม ให้คํานวณจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยมิให้นําคะแนนที่ได้รับจากการเลือกต้ังที่เป็นเหตุให้มีการเลือกต้ังใหม่มารวมคํานวณด้วย"

 

โดยเฉพาะคำร้องที่ กกต.พิจารณาจะพบความผิดเกี่ยวข้องไปถึงผู้สมัครและกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดย"นิพิษฐ์" ให้สัมภาษณ์ "เนชั่นสุดสัปดาห์" ว่า หวังว่า กกต.จะพิจารณาคำร้องโดยไม่อยู่ภายใต้ความกดดันใดๆ ขอให้เป็นองค์กรอิสระที่อำนวยความยุติธรรมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเที่ยงธรรม ขอเพียงเท่านี้เพราะเชื่อมั่นในหลักฐานที่ยื่นให้กับ กกต. ซึ่งคณะกรรมการกกต.ที่เข้าไปทำงานนั้นได้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่ามีความยุติธรรมและเที่ยงธรรม

 

"ถ้าผมจะขอนั้นก็ขอให้ กกต.อ่านสำนวนด้วยตัวเอง นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ กกต.ได้สรุปสำนวนไว้ ส่วนผลการพิจารณาก็หวังตามกฎหมายว่า ถ้ามีการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตก็ต้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตัดสิน แต่ระหว่างที่กกต.ส่งสำนวนให้ศาลไปแล้ว คนที่ได้เป็น ส.ส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่"



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน