การเมือง

เปิดเกณฑ์ประเมิน ทำไม “กองทัพบก” โปร่งใสอันดับ 1

10 ธันวาคม 2019 เวลา 10:30 น.
เปิดอ่าน 707

เลขาป.ป.ช. กางข้อมูลความพึงพอใจของประชาชนต่อกองทัพบกในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤติ

 

เป็นที่ฮือฮาเมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) พร้อมด้วย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"  โดยมอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่มีผลคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท รวมจำนวน 34 หน่วย ซึ่ง “กองทัพบก” ได้ที่ 1 รางวัลประเภท “กรมหรือเทียบเท่า”  97.96 คะแนน ตามด้วยกรมที่ดิน 95.99 คะแนน  และสำนักงานกิจการยุติธรรม 95.76 คะแนน

 

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวกับ “เนชั่นสุดสัปดาห์” ว่า สำหรับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่มีผลคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท รวมจำนวน 34 หน่วยงาน มีการประเมิน 3 ประเด็นหลักๆ โดยมุ่งที่จะประเมินหน่วยงานภาครัฐด้วยมุมมองของ “คนไทย” ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน

 

ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะสะท้อนถึงบริบทของการบริหารงานภายในหน่วยงาน รวมไปถึงการรับรู้ต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงาน 2.ประชาชนผู้รับบริการหรือติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ จะสะท้อนถึงประสบการณ์หรือการรับรู้ต่อการรับบริการหรือการดำเนินงานของหน่วยงาน 3.สาธารณชน จะสะท้อนถึงความสามารถของสาธารณชนในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆของหน่วยงาน

 

เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ส่วนที่กองทัพบกได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ของหน่วยงานระดับกรม น่าจะมาจากความพึงพอใจของประชาชนต่อกองทัพบก ในการช่วยเหลือประชาชนยามเกิดวิกฤต เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นต้น เช่นเดียวกับกรมที่ดิน น่าจะมาจากการให้บริการที่ดี

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการกำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) เป็นการประเมินเกี่ยวกับคุณลักษณะด้านคุณธรรมและความโปร่งใสที่หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐพึงจะต้องมีและยึดถือปฏิบัติในกาดำเนินงานในด้านต่างๆ หน่วยงาน ภารัฐที่รับการประเมินจะได้รับทราบผลการประเมินเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาตนเอง เพื่อให้การ ดำเนินงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีคุณธรรมและความโปร่งใส ลดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประชาชนและต่อประเทศชาติสูงสุด

 

 

ดังนั้นการประเมินนี้ จึงไม่ถือว่าเป็นการประเมินการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยตรง แต่เป็นการประเมินในเชิงบวก ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสะท้อนให้หน่วยงานภาครัฐแต่ละหน่วยงานได้มีความตระหนัก ในการดำเนินงานอย่างมีคุณธรรมและความโปร่งใส และได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการดำเนินงานภาครัฐของ ประเทศไทยให้มีคุณธรรมและความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับปี 2562 มีหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน รวมทั้งสิ้น 8,299 หน่วยงาน ประกอบด้วย องค์กรอิสระ (5) องค์กรศาล (3) องค์กรอัยการ (1) หน่วยงานในสังกัดรัฐสภา (3) ส่วนราชการระดับ กรม (144) องค์การมหาชน (40) รัฐวิสาหกิจ (54) หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ (28) กองทุน (8) สถาบันอุดมศึกษา (83) จังหวัด (76) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (7,852) รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่ขอเข้าร่วม (2)

 

โดยกรอบการประเมินในปี 2563 นี้ ป.ป.ช.ได้ออกแบบประเมินเป็น 10 ตัวชี้วัด แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1.แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) เพื่อประเมินระดับการรับรู้ของบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐทุกระดับที่มีต่อหน่วยงานตนเอง ประกอบด้วย ตัวชี้วัดที่ 1 การปฏิบัติหน้าที่ ตัวชี้วัดที่ 2 การใช้งบประมาณ ตัวชี้วัดที่ 3 การใช้อำนาจ ตัวชี้วัดที่ 4 การใช้ทรัพย์สินของราชการ และตัวชี้วัดที่ 5 การแก้ไขปัญหาการทุจริต

 

2.แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) เพื่อประเมินระดับการรับรู้ของผู้รับบริการหรือผู้ที่มาติดต่อหน่วยงาน ที่มีต่อหน่วยงานที่ประเมิน ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ 6 คุณภาพการดำเนินงาน ตัวชี้วัดที่ 7 ประสิทธิภาพการสื่อสาร และตัวชี้วัดที่ 8 การปรับปรุงระบบการทำงาน

 

3.แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) มีเพื่อประเมินระดับการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะของ หน่วยงานเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ 9 การเปิดเผยข้อมูล และตัวชี้วัดที่ 10 การป้องกันการทุจริต

 

 

 

ผลจากการประเมินสามารถจำแนกคะแนนออกเป็น 7 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ AA ทั้งหมด 34 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 0.41 (ซึ่งมีการมอบรางวัลเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.62) , ระดับ A ทั้งหมด 936 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 11.28 , ระดับ B ทั้งหมด 1,671 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 20.13 , ระดับ C ทั้งหมด 1,522 หน่วยงาน  คิดเป็นร้อยละ 18.34 , ระดับ D ทั้งหมด 1,860 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ  22.41 , ระดับ E ทั้งหมด  997 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 12.01 , ระดับ F ทั้งหมด 1,038 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 12.51 และ ดำเนินการไม่ครบขั้นตอน 241 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 2.90  

 

จะเห็นว่าเฉลี่ยแล้ว การประเมินส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับ D สูงถึง 1,860 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ  22.41