การเมือง

“วิลาศ” ชง ปปช.สอบสัญญา "ลี้ลับ" สภา 7 ชั่วโคตร

8 ธันวาคม 2019 เวลา 15:36
“วิลาศ” ชง ปปช.สอบสัญญา "ลี้ลับ" สภา 7 ชั่วโคตร
เปิดอ่าน 317

โครงการนี้มีความลึกลับซับซ้อน โดยประชาชนทั่วไปไม่อาจทราบได้ว่าการต่อสัญญาแต่ละครั้งนั้น เป็นไปอย่างไร จนเป็นที่มา "สภา 7 ชั่วโคตร"

จนถึงขณะนี้โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีผู้รับเหมาคือ “ซิโน-ไทย” ก็ยังไม่มีท่าทีจะแล้วเสร็จ  ซึ่งการต่อสัญญาครั้งที่ 3 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ธันวาคม นี้ และมีแนวโน้มสูงที่จะมีการต่อสัญญาเป็นครั้งที่ 4 

 

8 ธันวาคม นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร หอบเอกสาร ซึ่งอ้างว่าได้จากข้าราชการรัฐสภา แถลงข่าวคัดค้านการต่อสัญญาดังกล่าว หากแต่ควรใช้โทษปรับตามสัญญาณ ซึ่งสูงถึงวันละ 12.28 ล้านบาท



 

นายวิลาศ กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีการต่อสัญญาแบบไม่เคยพบเคยเห็น ซึ่งเดิมทีจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 แต่ต่อมากลับมีการขยายสัญญาถึง 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ขยาย 387 วัน ครั้งที่ 2 ขยาย 427 วัน ครั้งที่ 3 ขยาย 674 วันรวม ทั้งหมด 1482 วัน ทั้งที่สัญญาหลักนั้น จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน 

 

นายวิลาศ ยังเล่ารายละเอียดว่า การต่อสัญญาครั้งที่ 3 จะหมดในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ แต่การก่อสร้างเพิ่งทำได้เพียง 69.8 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นมาจากการต่อสัญญาครั้งที่ 2 เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าได้มีการต่อสัญญาครั้งที่ 4 แล้วหรือไม่ เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้

 

 “ต้องยอมรับความจริงว่าโครงการนี้เละเทะที่สุด เร็วร้ายที่สุด เพราะเป็นการก่อสร้างที่มีคณะกรรมจำนวนมาก หลายชุด ซึ่งเมื่อไปดูรายชื่อแล้ว ต่างเป็นพวกที่ว่านอนสอนง่าย และมักจะได้ดิบได้ดีในอาชีพการงาน โดยมีการปูนบำเหน็จทั้งตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้มากที่สุด โดยแต่ละคนรับเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาท จึงสงสัยว่าที่มีการต่อสัญญา เป็นเพราะต้องการเงินส่วนนี้หรือไม่ 

 

ที่สำคัญ โครงการนี้มีความลึกลับซับซ้อน โดยประชาชนทั่วไปไม่อาจทราบได้ว่าการต่อสัญญาแต่ละครั้งนั้น เป็นไปอย่างไร เพราะการต่อสัญญาแต่ละครั้ง จะไม่มีการระบุรายละเอียด พร้อมกันนี้ ยังไม่มีการให้เหตุผลว่าต่อสัญญาเพราะเหตุผลใด ในการต่อสัญญาครั้งล่าสุด มาบอกว่าผู้ว่าจ้างมีปัญหาเกี่ยวกับการส่งมอบพื้นที่ เช่น โรงเรียนโยธินบูรณะ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตดุสิต สวนสาธารณะสุขกรุงเทพมหานคร ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า และบ้านพักข้าราชการองค์การอุตสาหกรรมทหาร ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เช่น โรงเรียนโยธินบูรณะ ได้มีการส่งมอบพื้นที่ ไปตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2559” 

 

นายวิลาศ ยังเปิดเอกสาร ซึ่งลงนามโดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัทก่อสร้าง โดยส่งมอบไปตั้งแต่กลางปี 2559  แต่การต่อสัญญาครั้งที่ 3 กลับอ้างเหตุผลเรื่องการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ซึ่งเท่ากับการโกหก


 
 เขาจึงมองว่า ด้วยเหตุนี้  “เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 หลังจากต่อสัญญาครั้งที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีดังกล่าว ได้มีการจัดเสวนาเกี่ยวกับความล่าช้าของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แต่ปรากฏว่าบริษัทผู้รับจ้าง รู้เรื่องเข้า จึงเสนอให้เชิญตัวเองพร้อมที่ปรึกษา และรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาร่วมเสวนาด้วย ปรากฎว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาร่วมเสวนาด้วย ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามาในฐานะอะไร แต่มาในนามของบริษัท ซิโน-ไทย โดยมาพร้อมกับผู้บริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 

 

ในการเสวนาดังกล่าวนายอนุทิน ได้ตอบโต้นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าการต่อสัญญาหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย ซึ่งนายอนุทิน ตอบโต้ว่า นายวัชระ เพชรทอง ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้เรียนจบวิศวะฯ เพราะ900 วันในสัญญาหลัก จะนับจากวันส่งมอบพื้นที่ครบ ผมก็ได้นับวันดู ถ้านับจากวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ในการส่งมอบพื้นที่ครบ ก็จะไม่ควรเกิดวันที่ 30 เมษายน 2562 มาถึงตอนนี้ก็เลยเวลาอยู่ดี” 

 

     นายวิลาศ ยังเปิดเอกสารของบริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง ซึ่งระบุว่าได้รับหนังสือจากบริษัทผู้รับจ้าง ซิโน-ไทย เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 502 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึง 30 เมษายน 2564 แต่จากการฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมการต่างๆ เห็นควรให้ขยายเวลา 382 วัน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยอ้างเหตุผล ว่ารัฐสภาได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของแผนงานหรือแก้ไขงาน และมีการเข้าไปใช้งานทั้งที่ยังไม่เสร็จ  

 

ในเวลาอันใกล้นี้ “นายวิลาศ” ระบุว่า จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่าการต่อสัญญาดังกล่าวไม่ชอบด้วยสัญญา เพราะ “นายอนุทิน” ยังบอกเองว่า 900 วันในสัญญาแรกนั้น หมายถึง นับจากวันที่ส่งมอบพื้นที่ครบ โดยจากการตรวจสอบเห็นว่า การต่อสัญญาทุกครั้ง ทำเป็นกระบวนการโดยมีการหารือกันระหว่างผู้ใหญ่ ประสานงานกันอย่างเป็นระบบ 

 

“ตอนนี้ข้าราชการในสภาเริ่มทนไม่ไหว จึงได้ส่งรายละเอียดมาให้ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ต่างมาจากข้าราชการในสภาทั้งนั้น ผมคิดว่าไม่ควรต่อสัญญาแต่ควรให้ผู้รับจ้างจ่ายค่าปรับ ซึ่งสัญญาต้องจ่ายวันละ 12.28 ล้านบาท พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ว่ามีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทหรือไม่”

 

ย้อนกลับไปวันที่ 31 มีนาคม 2561 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมเวทีประชาชนตรวจสอบคอร์รัปชั่น หัวข้อ “การตรวจสอบปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ กรณีไอที-รัฐสภาแห่งใหม่” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยกล่าวว่า มาร่วมเสวนาในครั้งนี้  เพราะการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซิโน-ไทยฯซึ่งเป็นกิจการของพ่อตน และเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งกำลังถูกพาดพิงว่ามีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลในการต่อสัญญาขยายเวลาการก่อสร้างให้กับบริษัทซิโน-ไทยฯ

 

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับการขยายระยะเวลาก่อสร้างให้กับบริษัทซิโน-ไทยฯนั้น สาเหตุเกิดจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ซึ่งตามสัญญาต้องส่งมอบให้ในปี 2557 แต่ความจริงสภาส่งมอบพื้นที่ครบเมื่อเดือน พฤศจิกายน ปี 59 ดังนั้น เงื่อนไขต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน เสร็จแน่นอน แต่ต้องนับแต่ส่งมอบพื้นที่ครบแล้ว

 

“ข้อสงสัยว่าบริษัททราบว่าการก่อสร้างครั้งนี้จะมีปัญหา แต่ทำไมยังรับก่อสร้างนั้น อยากจะบอกว่า บริษัทถือคติเอากล่อง ไม่เอาเงิน เอาศักดิ์ศรี เอาความภาคภูมิใจ จะได้เขียนลงในประวัติบริษัทว่าเคยก่อสร้างรัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ ด้วยเกียรติของผม ของพ่อผม มีเกียรติเพียงพอที่จะรับประกันว่าโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีความโปร่งใส” เสี่ยหนู กล่าวเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561

 
//////////////


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน