การเมือง

มนูญ  สิวาภิรมย์รัตน์ “เศรษฐกิจใหม่อยู่กับฝ่ายค้าน”

9 ธันวาคม 2019 เวลา 06:07 น.
เปิดอ่าน 733

เราก็มีเอกสิทธิ์ของเรานะครับ เราไม่ได้เป็นสาขาพรรคของใคร เราคิดว่ามันต้องเดินหน้าต่อไป : มนูญ  สิวาภิรมย์รัตน์ หน.พรรคเศรษฐกิจใหม่

แม้พรรคเศรษฐกิจใหม่ จะเป็นพรรคที่มี ส.ส.ไม่ถึง 10 คน โดยมี ส.ส.เพียง 6 คน หรือที่เรียกกันในภาษาพูดว่า “พรรคต่ำสิบ” แต่กลับเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่กำลังเนื้อหอมอย่างไม่น่าเชื่อ ภายหลังปรากฏเป็นข่าวว่าแกนนำในรัฐบาลกำลังพยายามติดต่อทาบทามให้มาร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

 

เรื่องนี้จะไม่กลายเป็นประเด็นในทางการเมืองเลย หากพรรคเศรษฐกิจใหม่ในฐานะพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ทอดไมตรีมายังรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ ดังจะเห็นได้จากไมตรีล่าสุดที่มีให้ คือ การที่มีส.ส.4 คนร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้รัฐบาลสามารถกลับมาชนะโหวตฝ่ายค้านและล้มการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง ประกาศ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44  ทั้งๆที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) มีมติไม่ให้ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมเป็นองค์ประชุมสภาฯในวันนั้น

 

จากการร่วมโหวตกับฝ่ายรัฐบาลในวันนั้น มาจนถึงวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายฝ่ายย่อมแคลงใจกับสถานะของพรรคเศรษฐกิจใหม่ว่ากำลังเอาใจออกห่างจากฝ่ายค้านเพื่อไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น ในโอกาสนี้ ทีมงานเนชั่นสุดสัปดาห์จึงได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ เพื่อสนทนากับหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ ‘มนูญ  สิวาภิรมย์รัตน์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคอย่างตรงไปตรงมา

 

“เป็นส.ส.ต้องมีเอกสิทธิ์”

 

หัวหน้าพรรค เริ่มต้นบทสนทนาว่า “เราทำหน้าที่ของเรา เรายังทำงานร่วมกับฝ่ายค้านอยู่ เดี๋ยววันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.ฝ่ายค้านจัดงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมก็ยังไปร่วมงานเหมือนเดิมไม่มีอะไร มันเป็นเรื่องเฉพาะเรื่องนะครับ อย่างที่เคยบอกว่าส.ส.มีเอกสิทธิ์ คือ อะไรที่เราไม่เห็นด้วย เราคิดว่าสภาล่มมาสองครั้งแล้ว เราก็บอกตอนประชุมวิปฝ่ายค้านไปแล้วว่าจะให้ล่มครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 อย่างนั้นเหรอ เมื่อไหรมันจะจบ

 

“เราก็มีเอกสิทธิ์ของเรานะครับ เราไม่ได้เป็นสาขาพรรคของใคร เราคิดว่ามันต้องเดินหน้าต่อไปนะครับเราสงวนความคิดเห็นเฉพาะเรื่องนี้ ในส่วนกิจกรรมอื่นๆ อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็ยังร่วมเดินหน้ากันไปต่อครับ”

 

‘มนูญ’ ยืนยันว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่มีส.ส.ทั้งหมด 6 คน สองคนที่ไม่ได้ร่วมโหวตเป็นองค์ประชุมนั้นไม่ได้หมายความว่าจะมีจุดยืนต่างกับอีก 4 คน เพราะอย่างท่านนิยม (นิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่) ก็ไปต่างประเทศ ส่วนท่านมิ่งขวัญ (มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ) พอดีตอนประชุมยังมาไม่ถึง

 

“แต่เรามีจุดยืนเหมือนกับชื่อของพรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ เรามุ่งเน้นไปที่ปัญหาเศรษฐกิจนะครับ ก็เน้นเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการเมืองเราคิดว่าตอนนี้ปัญหา คือ ประชาชนเบื่อที่ทะเลาะกัน จุดยืนของเราจะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก ประเทศชาติต้องเดินต่อไปให้ได้”

 

“ทำงานร่วมกับฝ่ายค้านตามเดิม”

 

ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ผ่านมาและในอนาคตโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ระบุว่า “เราเข้าตลอดนะครับ ปกติวิปฝ่ายค้านประชุมกันวันอังคารเราก็เข้าตลอด อย่างครั้งล่าสุดเราก็ให้ความเห็นไปแล้วว่าสภาล่มมาสองครั้งแล้ว จะให้ล่มครั้งที่ 3 กับ ครั้งที่ 4 อย่างนั้นเหรอ เขาก็ยืนยันว่าองค์ประชุมเป็นของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเราดูแล้วว่าฝ่ายรัฐบาลก็มีหลายท่านที่ไม่อยู่ คิดว่าควรโหวตๆกันไปเลยจะให้มันจบๆกัน ถ้ามาเล่นกันเรื่ององค์ประชุมเมื่อไหรมันจะจบ มันก็เหมือนกับการเล่นเกม มันก็ล่มซ้ำล่มซากครับ”

 

“เราเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ เราเป็นพรรคแรกๆที่บอกว่าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่เราจะไม่แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ส่วนหมวดอื่นๆ เราก็เห็นพ้องว่าเวลาใช้ไปก็มีปัญหาในทางปฏิบัติที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เราคิดว่าทางรัฐบาลและทุกคนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้หมด เพราะพอปฏิบัติไปสักพัก มันก็ติดขัดมันปัญหา คนเขียนรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ พอผู้ปฏิบัติมาปุ๊บมันก็ทำไม่ได้ก็ต้องมานั่งแก้ไขกัน”

 

“ฝ่ายค้านที่ผ่านมาก็มีเอกภาพกันดีนะครับ เพียงแต่ว่าบางทีพวกผมเป็นรุ่นใหม่ บางอย่างเราก็ไม่เห็นด้วย เช่น ไม่เซ็นชื่อเข้าประชุม ผมว่าหน้าที่ของเรา คือ มาประชุมสภานะครับ จะทำอะไรก็ไปอภิปรายและโหวตกันในสภา ไม่ใช่มานั่งเซ็นหรือไม่เซ็นชื่ออะไรอย่างนี้ ผมว่ามันไม่สวยงามครับ”

 

กับข้อหาที่ว่าพรรคฝ่ายค้านเน้นการเมืองมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจจนทำให้ทิศทางการทำงานของฝ่ายค้านไมได้มีความเป็นเอกภาพ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อธิบายว่า “ผมว่าจริงๆฝ่ายค้านแต่ละพรรคแต่ละท่านก็มีมุมมองคนละด้านครับ บางท่านก็เน้นเรื่องการเมือง บางท่านก็เน้นเรื่องเศรษฐกิจ ผมว่ามันก็คละเคล้ากันไปครับ”

 

“มันอยู่ที่ว่าช่วงไหนบทบาทของท่านไหนโดดเด่นขึ้นมา ในแง่ของฝ่ายค้านเราไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ที่ผ่านมาก็มีญัตติเสนอแนะกันไป ทำให้บางครั้งไม่เป็นข่าว แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจมันก็เลยเป็นข่าวเยอะ”

 

“ไม่เคยคุยระดับบิ๊กเพื่อร่วมรัฐบาล”

 

การสนทนาดำเนินมาถึงคำถามเรื่องการถูกทาบทามให้มาร่วมรัฐบาล ‘มนูญ’ ยืนยันหนักแน่นว่ายังไม่เคยคุยกับใครเรื่องนี้เอย่างจริงจังเลยแต่ประการใด

 

“ผมพูดด้วยความสัตย์จริงนะครับ ผมยังไม่เคยคุยกับบิ๊กคนไหนเลยครับ ที่เราโหวตในเรื่องมาตรา 44 เราเห็นว่ามันมีเวทีอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่น คณะกรรมาธิการสามัญ แต่ในส่วนของการร่วมรัฐบาล มันก็มีคนพยายามมาคุยนะครับ แต่ว่าเราก็ยังไม่ได้มีการคุยกันจริงๆจังๆ ไม่เคยเจอผู้ใหญ่ในรัฐบาลเลยครับ”

 

พอถามว่า มีคนมาจีบจริงแต่ยังไม่ใช่ระดับผู้ใหญ่ในรัฐบาล? มนูญ ตอบว่า “ครับ” และเมื่อถามไปอีกว่า ถ้าผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาจีบจริงๆจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ครับ? ก็ได้รับคำตอบจากหัวหน้าพรรคพร้อมเสียงหัวเราะอย่างมีนัยสำคัญ

 

“(หัวเราะ) คือ ในทางการเมืองเราก็คุยหมดนะครับ เพราะเราอยู่ในสภาก็มีเพื่อนส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และคุยกัน เพราะปัญหาของประเทศต้องขับเคลื่อนกันทั้งสองฝ่าย ช่วยกันขับเคลื่อน ถ้าเขาเชิญมา เราก็คงไปคุยและให้คำแนะนำหรือคำปรึกษากันว่าประเทศจะเดินต่อไปกันอย่างไร แต่จะมาทำงานร่วมกันหรือไม่ทำงานร่วมกัน มันก็อยู่ที่ว่าแนวนโยบายและอุดมการณ์มันไปด้วยกันได้หรือไม่ มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ว่าถ้าจะร่วมรัฐบาลจริงก็จะแถลงให้ทราบ พรรคเราเปิดเผยอยู่แล้วครับ ไม่ได้มีการอุบอิบอะไร”

 

ถึงที่สุดแล้ว หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ เพราะพรรคฝ่ายค้านแบบนั้นไม่มีอยู่จริง

 

พรรคฝ่ายค้านอิสระมันไม่มีจริงครับ เราก็เป็นฝ่ายค้านครับ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ค้านทุกเรื่อง เรื่องไหนที่อยู่บนอุดมการณ์เราที่เราเห็นด้วย เราก็ทำตาม แต่ถ้าเรื่องไหนที่ไม่ใช่ก็ต้องทำตามอุดมการณ์ ประชาชนเลือกเรามแล้ว ไปตัดสินใจกันในสภา ใช้เสียงข้างมาก ใครชนะก็ตามนั้นแล้วก็จบ ดังนั้น ตอนนี้เราก็เป็นฝ่ายค้านอยู่ เราไม่ได้เป็นฝ่ายค้านอิสระ เพราะฝ่ายค้านอิสระมันไม่มีจริงครับ” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ สรุปทิ้งท้าย

 

/////////////////