การเมือง

ย้อนรอยญัตติ ม.44 ทำไมบิ๊ก คสช.จึงขวาง

8 ธันวาคม 2019 เวลา 15:15 น.
เปิดอ่าน 1963

การออกคำสั่ง ม.44 ต้องมีผู้เกี่ยวข้องทั้งบิ๊กตู่ บิ๊กป้อมและบิ๊กป๊อกจึงไม่ต้องการให้ใครมารื้อฟื้น

พรรคอนาคตใหม่ที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ประกาศก้องตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคเมื่อกลางปี 2561 แล้วว่า จะชำระสังคายนามรดกของคณะรัฐประหาร นามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล โดยจะตรวจสอบการใช้อำนาจย้อนหลังอย่างจริงจัง และใช้กฎหมายจัดการกับผู้ออกคำสั่งโดยมิชอบ 

 

แต่ภายหลังการเลือกตั้งปรากฎว่า พรรคอนาคตใหม่ กอดคอพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และอีก 3 พรรคขนาดเล็กเป็นฝ่ายค้าน พรรคอนาคตใหม่ จึงไม่สามารถเดินเครื่องจัดการมรดก คสช.ได้อย่างที่หาเสียงเอาไว้ นอกเสียจาก จะใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวขับเคลื่อน แม้ความเป็นไปได้จะดูเหมือนแทบไม่มี แต่พรรคอนาคตใหม่ก็เลือกที่จะลองดู

 

นั่นเป็นที่มาของการเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำของประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ซึ่งนอกจากพรรคฝ่ายค้านแล้ว ยังมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในก๊วน "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตหัวหน้าพรรค เช่น นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา เสนอญัตติดังกล่าวด้วย กระทั่งสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติดังกล่าวเมื่อเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน จนลากยาวมาจบได้ในวันที่ 4 ธันวาคม

 

ขณะที่ทางฝั่งรัฐบาลซึ่งนำโดย "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กังวลอยู่พอสมควรว่าฝ่ายค้านจะตั้งกรรมาธิการดังกล่าวได้สำเร็จ  ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ทุกอย่างจะเข้าทางนายปิยบุตร ที่จะอาศัยกรรมาธิการคณะนี้เรียก "บิ๊กตู่" และอดีตสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาชี้แจ้งถึงการออกคำสั่งต่างๆ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ดังนั้นกรรมาธิการชุดนี้ จะเป็นเครื่องมือในการดิสเครเดตรัฐบาล คสช.ได้เป็นอย่างดี เพราะถือว่าตั้งขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของ คสช.โดยเฉพาะ ต่างจากกรรมมาธิการสามัญป้องกันและปราบปรามการทุริตฯ ของ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" ที่ดูการทุจริต คอร์รัปชั่นในภาพรวม 

 

3 ป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นตรงกันว่า ไม่ควรที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบคำสั่ง คสช.และการใช้อำนาจมาตรา 44 ได้สำเร็จ จึงสั่งได้สั่งการให้พรรคพลังประชารัฐ จัดการทุกวิถีทาง แก้เกมฝ่ายค้านให้จงได้ แม้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะแพ้โหวตฝ่ายค้านในวันที่ 27 พฤศจิกายนแล้วก็ตาม จนต่อเมื่อมีการนับคะแนนใหม่ในวันที่ 4 ธันนาคม จึงได้มีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านโผล่ถึง 10 ตัว


โดยความกังวลนี้สะท้อนได้จาก "พล.อ.ประยุทธ์" ถึงขั้นขู่พรรคร่วมรัฐบาลว่า ถ้ารัฐบาลขาดเอกภาพ เสถียรภาพเช่นนี้ คงต้องมีการปรับ ครม.อย่างแย่ที่สุดก็คงถึงขั้นยุบสภา ขณะที่ "พล.อ.อนุพงษ์" ถึงขั้นทวงบุญคุณจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยยกกรณีการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 แล้วกล่าวว่า ตอนนั้นเรายังช่วยพรรคประชาธิปัตย์ เหตุใดวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ จึงทำเช่นนี้

 

ย้อนไปวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปีของรัฐบาล คสช. มีการออกคำสั่ง คสช. ประกาศ คสช.หัวหน้า คสช.จำนวน 456 ฉบับ แบ่งเป็นประกาศคสช. 132 ฉบับ คำสั่ง คสช. 166 ฉบับ และคำสั่งหัวหน้าคสช. 158 ฉบับ ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. บางฉบับที่หมดความจำเป็น จำนวน 66 ฉบับ 

 

อย่างไรก็ตาม ใน 456 ฉบับนี้มีคำสั่งที่สุ่มเสี่ยง อาทิ สั่งระงับการสำรวจและประกอบกิจการทำเหมืองแร่ทองคำชาตรี รวมถึงใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ต่อมาจึงมีการดำเนินการฟ้องร้อง เรียกความเสียหายจากรัฐบาลไปที่อนุญาโตตุลาการ , คำสั่งให้ข้าราชการหยุดปฏบัติหน้าที่เพื่อรอการตรวจสอบ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน , การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง , การปิดกั้นสื่อมวลชน เป็นต้น 

 

การออกคำสั่งแต่ละครั้งจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช.ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร สมาชิก คสช.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สมาชิก คสช. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.ที่เหลือเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพและ ผบ.ตร. ซึ่งเป็นสมาชิก คสช.ตามตำแหน่ง

/////