การเมือง

ไขกุญแจ "ปลดล็อค" เลือกตั้งท้องถิ่น

7 ธันวาคม 2019 เวลา 15:43 น.
เปิดอ่าน 3283

ประเด็นสำคัญ อยู่ที่กมธ.ยังติดใจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีงบสำรองในการใช้จัดการเลือกตั้ง

ถึงแม้วันที่ 27 พ.ค.2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมพร้อมในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้พร้อมใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2562 เป็นต้นไป 

 

แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น 97,940 ตำแหน่งทั่วประเทศจะเกิดขึ้นเมื่อใด ถึงแม้หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งมีแนวโน้มเกิดขึ้นช่วงในไตรมาศแรกในปี 2563 เมื่อกระบวนการจัดทำการเลือกตั้งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่อยู่บรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ภายหลังวันที่ 13 ส.ค.2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เสนอของบประมาณต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จำนวน 1,141 ล้านบาท เตรียมพร้อมไว้ใช้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น หาก "ครม." ให้ความเห็นชอบการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น

 

หากเปิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่16 เม.ย.2562 ใน "มาตรา 11" ได้ระบุว่า ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใด นอกจากครบวาระ เว้นแต่ในกรณีของสมาชิกสภาท้องถิ่นถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึง 180 วัน จะไม่จัดการเลือกตั้งก็ได้

 

 

แต่ความเป็นจริงขณะนี้กลับพบว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นที่ยังอยู่ในตำแหน่งจากคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 142(1) ถึง (7) ให้รักษาการณ์ต่อไปทั้งที่หมดวาระไปเรียบร้อยแล้ว

 

ขณะที่ "บทเฉพาะกาล" ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 142 ได้ระบุขั้นตอนและเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้เป็นอำนาจของ ครม.เห็นชอบ เมื่อเห็นสมควรให้แจ้งกกต.ทราบเพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง ทำให้ปัจจัยสำคัญไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเรื่องให้ ครม.ตัดสินใจ ซึ่งมาจากอำนาจในมือ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

 

จึงเป็นที่มาของเวทีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เรียกพล.อ.อนุพงษ์ "บิ๊กฉิ่ง" ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ "จรุงวิทย์ ภุมมา" เลขาธิการกกต.เข้าชี้แจงถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ยังล่าช้า

 

แหล่งข่าวใน กมธ.ชุดนี้บอกกับ "เนชั่นสุดสัปดาห์" ว่าประเด็นสำคัญที่ กมธ.ยังติดใจอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งมีงบประมาณสำรองจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว อาทิ กรุงเทพมหานคร(กทม.) มีงบประมาณรองรับ 240 ล้านบาท การยืดเวลาเลือกตั้งท้องถิ่นออกไป จึงไม่ใช่เหตุผลทำให้สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ต้องกระทบไปด้วย แต่ทาง มท.1 ยืนยันไม่ว่าอย่างไรการเลือกตั้งท้องถิ่นต้องเริ่มไม่เกินเดือน ก.ค.2563

 

 

ส่วนประเด็นท้องถิ่นแห่งใดจะเริ่มจัดเลือกตั้งเป็นพื้นที่แรกนั้น กระทรวงมหาดไทยยังเป็นห่วงการทับซ้อนของพื้นที่และการบริหารงบประมาณ หากต้องจัดเลือกตั้ง "พร้อมกัน" ตั้งแต่ อปท. เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะไม่สามารถทำได้ แต่หากแบ่งพื้นที่จัดการเลือกตั้ง อาทิ กทม. กับ อบจ. หรือเทศบาลกับ อบต.สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีการทับซ้อนของพื้นที่

 

แต่ขั้นตอนของ "กกต." เพื่อปรับปรุงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ภายในเดือน ธ.ค.จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ก่อนเสนอให้ ครม.ให้ชอบในขั้นแรก โดย กมธ.ได้วางกรอบให้ การเลือกตั้งท้องถิ่นที่เกิดขึ้นต้องจัดขึ้นให้ได้ภายใน 4 เดือน โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ต้องจัดขึ้นเป็นแห่งแรก หลังจากพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รักษาการณ์ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2559 มานานกว่า 3 ปีเต็ม ใกล้เทียบเท่าวาระปกติของผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้ง 1 สมัย 

 

ระหว่างที่การจัดเลือกตั้งท้องถิ่นยังฝุ่นตลบ ทำให้เห็นหลายพรรคการเมืองเดินเกมกดดันหน่วยงานให้ทบทวน-เปลี่ยนแปลง-แก้ไข ร่างกฎหมายท้องถิ่น โดยเฉพาะท่าทีของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาสนับสนุนให้ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กทม. 2562 เพื่อแก้ไขใหม่ให้คงไว้ซึ่งสภาเขต และส.ข. เพราะสิ่งที่พรรคการเมืองมองเห็นว่าเป็นหัวใจหลักของคะแนนนิยมที่มาจากฐานเสียงในระดับท้องถิ่น

 

สนามเลือกตั้งท้องถิ่นเปรียบเสมือนเดิมพันทางการเมืองที่สำคัญไม่น้อยกว่าการเลือกตั้งระดับประเทศ เพราะหมายถึงความได้เปรียบต่อการถืออำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ