การเมือง

รีดพิษ 6 งูเห่าปชป. บทพิสูจน์น้ำยา”จุรินทร์-เฉลิมชัย”

6 ธันวาคม 2019 เวลา 10:23
รีดพิษ 6 งูเห่าปชป. บทพิสูจน์น้ำยา”จุรินทร์-เฉลิมชัย”
เปิดอ่าน 2,603

มติพรรคร่วมรัฐบาลไม่สอดคล้องอุดมการณ์พรรคปชป.ที่ระบุว่าพรรคจะไม่สนับสนุนวิธีเผด็จการ

 

"โดยหลักของระบบรัฐสภาของต้องมีมติและแต่ละพรรคร่วม ในการทำงานและปฏิบัติให้เป็นไปตามมติวิปรัฐบาล เพราะในระบบรัฐสภา รัฐบาลจำเป็นต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคจะมีมติกำหนดโดยวิธีของรัฐบาล"

 

วรรคสำคัญเพียง 1 วันจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนถึงวันลงมติในสภาฯ ต่อการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 หรือไม่

 

แต่สถานการณ์พรรคประชาธิปัตย์กลับมากระเพื่อมอีกครั้ง เมื่อผลการลงมติไม่เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.ด้วยคะแนน 244 เห็นด้วย 5 และงดออกเสียง 6 โดยเฉพาะ 4 ใน 5 เสียง "เห็นด้วย" ยังมีชื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์ 4 คนโหวตสวนทางกับมติพรรค ประกอบด้วย 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง 2.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช 3.นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 4.นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี 

 

ไม่ว่าจะเป็น "เทพไท เสนพงศ์" ออกมายืนยันการลงมติเห็นด้วยกับญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบของ ม.44 ครั้งนี้มาจาก 3 เหตุผลหลัก 1.เป็นญัตติของพรรค ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรค มีอดีต รมต. 7 คนลงชื่อเป็นเจ้าของญัตติเอง 2.ได้อภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ในสภาอย่างชัดเจน 3.เป็นญัตติที่ตรงกับอุดมการณ์ของพรรคที่ประกาศมา 73 ปีแล้ว

 

"ขอยืนยันว่าในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่งพร้อมที่จะปฏิบัติตามมติพรรค และมติวิปรัฐบาลทุกประการ แต่อุดมการณ์ของพรรคต้องอยู่เหนือมติพรรคและมติวิปรัฐบาล หรือเงื่อนไขใดๆในการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน"

 

หรือท่าที "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ชี้ให้เห็นถึงกฎหมายต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง และได้ยืนยันการสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เสนอ เพราะต้องการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร เพื่อทบทวนแก้ไขคำสั่งและประกาศของคสช. ที่มีฐานะเป็นกฎหมายให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนตามแนวทางประชาธิปไตย

 




 

แต่ขณะนี้กลายเป็นแรงกดดันที่ส่งเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์จากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ จากการเก็บสัญญาณเตือนครั้งแรกในการโหวตการตั้ง กมธ.ชุดนี้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2562 ในครั้งนั้นมี 6 ส.ส.ประชาธิปัตย์ "โหวตหนุน" ให้ตั้ง กมธ.สวนทางกับมติวิปรัฐบาล ประกอบด้วย 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง 2.นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี 3.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช 4.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก 5.นายพนิช วิกิตเศษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 6.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา

 

ทำให้ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลกำลังรอดูท่าทีจากประชาธิปัตย์จะมีมาตราการคุมเข้ม ส.ส.ในพรรคอย่างไรให้เป็นไปตามมติ "วิปรัฐบาล" เพื่อความเป็นเอกพรรคในฐานะพรรคร่วมบนเรือเหล็กลำนี้ แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ "เนชั่นสุดสัปดาห์" ว่า ปกติแล้วหากพบว่ามี ส.ส.ไม่โหวตตามมติของพรรคจะเรียกมาคุยกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในกรณีนี้เป็นจุดยืนของพรรคเกี่ยวกับ มาตรา 44 มาโดยตลอด ถึงแม้อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภา ส่วนผู้ที่เข้าใจจุดยืนของประชาธิปัตย์ตั้งแต่จุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้อาจถูกมองว่าเกเรแต่ในระยะยาวจะตอบสังคมได้

 


 

"การที่มีส.ส.บางส่วนยกมือสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากประกาศคำสั่ง คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 นั้น เพราะในคำสั่งที่ผ่านมาถึงแม้จะมีผลกระทบ แต่ในบางฉบับถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะปรับคำสั่งเหล่านั้นให้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในรูปของกฎหมายในระบบรัฐสภา ซึ่งต้องผ่านการศึกษาให้รอบคอบ การที่มีส.ส.บางส่วนยกมือเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ เพราะต้องการให้มีการศึกษาเท่านั้นแหล่งข่าวรายนี้ระบุ

 

แหล่งข่าวยังยืนยันถึงมติของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ข้อ 4 ที่ระบุว่า "พรรคจะไม่สนับสนุนระบบ หรือวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวธีการของรัฐบาลใดๆ" ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนการใช้อำนาจใดๆ ที่ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย

 

เป็นสถานการณ์ "ไม่ไว้ใจ" ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันที่มีจุดยืนแตกต่างกัน อีกหนึ่งรอยปริแยกที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ฝ่ายค้านกำลังเร่งเปิดเกมรุกก่อนก่อนถึงช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจในต้นปี 2563 เพื่อส่งแรงกดดันทางการเมืองถาโถมเรือเหล็กลำนี้

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน