การเมือง

3 ป ร่วมทุกข์ ร่วมสุข "บิ๊กตู่" มีวันนี้เพราะพี่ให้

4 ธันวาคม 2019 เวลา 17:40 น.
เปิดอ่าน 749

"นี่คือลูกพี่ฉัน สอนให้ฉันเป็นคนดี  สอนให้ฉันทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง..." บิ๊กตู่กล่าวถึง 3 ป ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา

 

"นี่คือ 3 ป มีอะไรหรือเปล่า ไม่มี 3 ป มันจะทำอะไรได้ นี่คือลูกพี่ฉัน สอนให้ฉันเป็นคนดี  สอนให้ฉันทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง พี่ป๊อกอีกคน ถ้าไม่มีพวกพี่ทั้ง 2 คน ฉันก็มีวันนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเองแต่เพื่อประเทศชาติ"

 

"บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม น้องเล็กแห่งตระกูล "3 ป" กล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิ ภายหลังร่วมโต๊ะอาหารงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นที่สโมสรราชพฤกษ์ ในช่วงค่ำวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ทามกลางกระแสข่าวรอยร้าวของพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลให้สภาล่มไม่เป็นท่า 2 ครั้งติดต่อกัน

 

หากจะพูดถึง 3 ป ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ป๊อก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ต้องยอมรับว่ามีการกลมเกลียวกันอย่างเหนียวแน่น เพราะถือว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนาน ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตทหารยศนายร้อย ซึ่งอยู่บ้านพักหลังเดียวกันภายในซอย 7 ของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จังหวัดชลบุรี ถิ่นบูรพาพยัคฆ์

 

กระทั่งเมื่อเติบใหญ่ในชีวิตราชการทหาร 3 ป ยังคอยให้ดูแลช่วยเหลือกันและกันมาโดยตลอด เช่น พล.อ.ประวิตร ดัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ต่อจาก "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กระทั่งต่อมา พล.อ.อนุพงษ์ จึงดัน พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ต่อจากตน หลังเกษียณอายุราชการในปี 2554

 

เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในปี 2553 ก๊วน 3 ป ทำงานร่วมกันอย่างขมักเขม้น โดยตอนนั้น พล.อ.ประวิตร นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ.และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรอง ผบ.ทบ.

 

 

 

ภายหลังรัฐประหารปี 2557 บ้าน "บิ๊กป้อม" ในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถูกใช้เป็นสถานที่วางแผนเดินหน้าประเทศ ภายใต้การควบคุมสถานการณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กระทั่งมีการจัดตั้งรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร เป็นรองนายกฯและคุมกระทรวงกลาโหม ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีในรัฐบาลส่วนใหญ่มาจากการชักชวนของพี่ใหญ่อย่าง "บิ๊กป้อม" ไม่ว่าจะเป็น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

 

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2562 ที่ "บิ๊กป้อม" และ "บิ๊กป๊อก" มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของพรรคพลังประชารัฐ โดย "บิ๊กป้อม" นั้น ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ พบปะ ส่งตังแทนไปพูดคุยกับนักการเมืองมากหน้าหลายตา เพื่อดึงมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลให้พรรคเกิดใหม่อย่างพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.สูงถึง 116 ที่นั่ง เป็นรองแค่พรรคเพื่อไทยที่ได้ 136 ที่นั่ง

 

เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่มีข่าวรัฐบาลขาดเสถียรภาพ หลังจาก ส.ส. 6 คนของพรรคประชาธิปัตย์ โหวตสวนมติวิปรัฐบาล "บิ๊กป้อม" ยังรับอาสาเคลียร์ ก่อนจะร่วมงานเลี้ยงอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ขณะที่ "บิ๊กป๊อก" ถึงกับกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เมื่อปี 2553 เรายังช่วยพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำกับเราเช่นนี้

 

การที่ทั้ง 3 ป ปรากฎตัว ในงานเลี้ยงการเมืองเมื่อค่ำวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่าน ยังเป็นการแสดงพลังของ 3 พี่น้อง ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองสูงในเวลานี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เชื่อว่าจากนี้ทุกอย่างจะราบรื่น

 

จะเห็นว่า "บิ๊กป้อม" และ "บิ๊กป๊อก" มีส่วนสำคัญที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ ในทุกวันนี้ เพราะทั้ง 3 ป นั้น ดูแลเกื้อกูลกันมาโดยตลอด กระทั่งหลายคราวที่มีกระแสสังคมกดดันให้ "บิ๊กตู่" ปลด "บิ๊กป้อม" ออกจาก ครม. ไม่ว่าจะเป็น ปมร้อนนาฬิกาหรู หรือ ทริปฮาวาย ซึ่งนอกจาก "บิ๊กตู่" จะไม่ปลดแล้ว ยังจะปกป้องอีกต่างหาก

 

เมื่อมีโอกาส "พล.อ.ประยุทธ์" จะพูดเสนอว่า "พี่ป้อม" และ "พี่ป๊อก" ดูแลตนมาตั้งแต่เป็นนายทหารยศ ร.ต.เ รียกว่าอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนาน และมีวันนี้ได้ เพราะพี่ทั้งสองคน