การเมือง

ฟันโทษใบดำ = ประหารชีวิต 

4 ธันวาคม 2019 เวลา 11:43 น.
เปิดอ่าน 1325

 เป็นการยุติเส้นทางทางการเมืองในตำแหน่ง "ผู้แทน" ไปจนถึงผู้บริหารท้องถิ่น 

 

ภายหลังเมื่อวันที่  2 ธ.ค.62  เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย ที่ "กกต." มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครสิทธิเลือกตั้ง(ใบดำ) และดำเนินคดีอาญานายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัครส.ส.เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)

 

ตามความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 138 และมาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 159 ซึ่งระบุไว้ว่า"ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง"

 

โดยเฉพาะหลักฐานที่ กกต.ตรวจสอบพบในแผ่นบันทึกภาพและเสียง บนเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ที่ตลาดวังพง ต.ขุนซ่องอ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2562 เข้าข่ายใส่ร้าย "ผู้ร้อง" ซึ่งเคยเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และต่อมาย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จาทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิด อันเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ เมื่อข้อความปราศรัยจากนายชาติชาย ที่ กกต.ได้รับหลักฐานว่าจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม 3 ประเด็น ตั้งแต่ประโยคที่ว่า 

 

"...ท่าน (หมายถึงนายชวน หลีกภัย) บอกว่าท่านขอโทษพี่น้องพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน ท่านเสียใจมากที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์คนเดิมทั้ง 3 คน ได้ถูกซื้อตัว แล้วย้ายพรรคไปแล้วนะครับ พวกผม 3 คนเขต 1 รองปวีณา เขต 2 ผมกำนันชาติ เขต 3 น้องเบนซ์ ชรัตน์ เนรัญชร นะครับ เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ให้กับพี่น้องชาวจันทบุรีในนามพรรคประชาธิปัตย์"

 

"... ส่วนที่ท่านรองสาธิต (หมายถึงนายสาธิต ปิตุเตชะ) ได้พูดว่า ให้พวกเราทั้ง 3 คน ได้ยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องชาวแห่งหางแมว พ่อแม่พี่น้องชาวจันทบุรี ไว้แต่แรกแล้วนะครับว่า ที่นายกชวนได้พูดถึงนะครับว่าท่านเสียใจแล้วก็ขอโทษพี่น้องชาวแก่งหางแมวและพี่น้องชาวจันทบุรีที่ ส.ส.ทั้ง 3 คน ได้ถูกซื้อตัวแล้วก็ย้ายพรรคไปอยู่พรรคอื่นแล้ว"

 

"...พวกผมทั้ง 3 คนนะครับ ยืนยันแล้วก็ปฏิญาณนะครับ พร้อมที่จะปฏิญาณกับพี่น้องชาวแก่งหางแมว และก็พี่น้องประชาธิปัตย์ชาวจันทบุรีว่าพวกเรา 3 คน จะทำงานด้วยอุดมการณ์ เงินเพียงมากน้อยแค่ไหนอย่างที่ท่านรองสาธิตท่านบอกของท่านยังมีตกแล้วอย่างน้อยต้องมี 70 ล้านขึ้น พวกผมทั้ง 3 คนก็ยังถืออุดมการณ์ อย่างที่ท่านรองสาธิตว่า เงินไม่สามารถซื้อพวกเราได้"

 

ไม่ใช่การปราศรัยบนเวทีตลาดวังพงอย่างเดียว แต่ กกต.ได้ชี้ให้เห็นว่านายชาติชายได้เผยแพร่ภาพและเสียงผ่านเฟซบุ๊กชื่อ"ชาติชาย วรพิพัฒน์" ด้วยการปราศรัยหาเสียงโดยใช้คำว่า "ส.ส.ประชาธิปัตย์คนเดิมทั้ง 3 คนได้ถูกซื้อตัวแล้วย้ายพรรคไปแล้ว" 

 

 

 

หากย้อนตรวจสอบผลเลือกตั้งเขต 2 จันทบุรีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 พบว่า นายจารึก ศรีอ่อน จากพรรคอนาคตใหม่ ได้เสียงอันดับ 1 ที่ 28,750 คะแนน อันดับ 2 นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จากพรรคพลังประชารัฐ 27,766 คะแนน และอันดับ 3 นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ประชาธิปัตย์ 19,711 คะแนน 

 

สำหรับคำร้องครั้งนี้มาจากที่ประชุม กกต.เคยมีมติเมื่อเดือน ส.ค.2562 สั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร หรือ "ใบดำ" ให้กับนายชาติชาย และหากศาลฎีกามีความเห็นยืนตามที่ กกต.เสนอหมายความว่า จะเป็นการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายชาติชายไม่มีกำหนด เป็นการยุติเส้นทางทางการเมืองในตำแหน่ง "ผู้แทน" ทุกระดับ ตั้งแต่ ส.ส. ส.ว. ไปจนถึงผู้บริหารท้องถิ่น ขีดเส้นใต้ 3 เส้นไปที่ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นใด หรือกรรมการองค์กรอิสระไปตลอดชีวิต

 

เป็น "กฎเหล็ก" ที่ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญ 2550 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ปี 2550 ที่เคยให้อำนาจ กกต.ออกใบเหลืองและใบแดงได้เท่านั้น แต่การให้ "ใบดำ" เป็นหนึ่งในมาตรการ "ลงโทษ" ที่เพิ่มเข้ามาควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมอย่างแท้จริง