การเมือง

3 มาตรการวิปรัฐบาล สภาไม่ล่ม 3 ครั้งติด

3 ธันวาคม 2019 เวลา 14:13 น.
เปิดอ่าน 506

ทุกสายตากำลังจับจ้องว่าจะเกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันหรือไม่

 

สถานการณ์ทางการเมืองเวลานี้คงไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปกว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 ธ.ค. เพราะทุกสายตากำลังจับจ้องว่าจะเกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันหรือไม่ จากเดิมที่เกิดภาพสภาล่มสองครั้งในเวลาห่างกันไม่เกิน 24 ชั่วโมง

 

ภาพที่ออกมาไม่เพียงแต่ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสภา ถึงขนาดที่ ‘ชวน หลีกภัย’ ประธานสภาฯต้องบอกว่า “แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบ” เท่านั้น แต่ยังสะท้อนไปถึงการบริหารและการคุมเสียงในสภาฯของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นำโดย ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ ประธานวิปรัฐบาล ด้วย

           

จากสภาพที่เกิดขึ้นในการประชุมวิปรัฐบาลที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ทำให้ ประธานวิปรัฐบาล ต้องประกาศขอความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้มาร่วมกันประชุมกันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การทำงานของสภาเดินหน้าต่อไปได้

           

ทั้งนี้ มติวิปรัฐบาลยังยืนยันที่จะให้มีการนับคะแนนใหม่อีกครั้งว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 โดยเบื้องต้นวิปรัฐบาลยังคงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่จะเสนอให้คณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะไปพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาฯแทน

 

 

 

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันไม่ให้องค์ประชุมล่มก่อนลงมติในญัตติดังกล่าว วิปรัฐบาลได้มี 3 แนวทาง ประกอบด้วย

 

1.การเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล เพื่อให้ส.ส.ที่ติดภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 สามารถมาแสดงตนเพื่อเป็นองค์ประชุมได้ทัน

 

2.การตรวจสอบบัตรประจำตัวส.ส.ว่าสามารถใช้กับระบบการลงมติได้หรือไม่ โดยการประชุมสภาฯที่ผ่านมาได้มีส.ส.หลายคนแจ้งมายังวิปรัฐบาลว่าตนเองอยู่ในห้องประชุมและเสียบบัตรเพื่อแสดงตนแล้วแต่ระบบไม่ขึ้นชื่อตนเองว่าร่วมเป็นองค์ประชุม ดังนั้น วิปรัฐบาลจึงกำชับว่าหากบัตรประจำตัวส.ส.มีปัญหาให้แจ้งประธานในที่ประชุมทันที

 

3.กำหนดให้กรรมการวิปรัฐบาล 1 คนรับหน้าที่ประสานงานส.ส.จำนวน 6 คน โดยเฉพาะในส่วนของพรรคพลังประชารัฐได้กำหนดเป็นขั้นตอนว่าหากกรรมการวิปรัฐบาลคนใดติดต่อส.ส.ที่อยู่ในกลุ่มตนเองไม่ได้หรือไม่ยอมติดต่อกลับมา จะเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค และส.ส.อาวุโสในการประสานงานติดต่อแทน เพราะที่ผ่านมากรรมการวิปรัฐบาลได้พยายามประสานงานหลายครั้ง แต่ส.ส.จำนวนไม่น้อยไม่ได้ให้ความเกรงใจ เช่น การอ่านไลน์แล้วไม่ตอบกลับ หรือ ติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ในวันประชุมสภาฯ เป็นต้น จึงเห็นว่าหากให้ผู้ใหญ่ในพรรคเข้ามาช่วยตรงนี้ น่าจะทำให้ส.ส.เกิดความเกรงใจและให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากวิปรัฐบาลว่าในการประชุมสภาฯวันที่ 4 ธ.ค.จะมีส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าได้จำนวน 498 คน โดยส.ส.2 คนที่ขาดไปนั้นประกอบด้วย 1.นวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส. เขต 7 จังหวัดขอนแก่น ที่พ้นจากตำแหน่งภายหลังศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดการเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่าง

 

และ 2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งรับคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการ เสนอให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้วิปรัฐบาลกำลังรอผลคำพิพากษาฎีกาของศาลจังหวัดพัทยาในวันที่ 3 ธ.ค.ในกรณีการล้มประชุมอาเซียนซัมมิทที่พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงพชร ตกเป็นจำเลยร่วมด้วยว่าจะมีผลออกมาอย่างไร โดยหากศาลพิพากษาให้จำคุก อาจทำให้พ.ต.ท.ไวพจน์ สิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็นส.ส. อันมีผลให้มีส.ส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ 497 คนเท่านั้น ทั้งนี้ หากมีส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน หรือ 497 คนแล้วแต่กรณี องค์ประชุมสภาฯที่จะทำให้การประชุมดำเนินไปได้จะมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ คือ 249 คน

           

ไม่เพียงเท่านี้ วิปรัฐบาลยังได้รับการประสานจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยว่าอาจจะมีส.ส.จำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางประชุมได้ เพราะป่วยและติดภารกิจต่างประเทศ  ซึ่งจะมีผลให้เหลือส.ส.เข้าร่วมประชุมน้อยลงไปอีก

           

เมื่อดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องลุ้นด้วยใจระทึกอีกครั้ง เพราะโอกาสที่สภาล่ม 3 ครั้งติดต่อกันนั้นมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว เว้นแต่จะมีมือที่มองไม่เห็นจากฝ่ายค้านเข้ามาอุ้มให้วิปรัฐบาลผ่านสถานการณ์ลำบากนี้ไปได้