การเมือง

ม.109  เขย่าปมรุกป่า

3 ธันวาคม 2019 เวลา 11:06 น.
เปิดอ่าน 3122

เมื่อ"ปารีณา"ขอแก้ไขรายการครอบครองที่ดินได้อาจทำให้ส.ส.รายอื่นขอยื่นแก้ไขได้เช่นกัน

ยังเป็นข้อถกเถียงในประเด็นที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องต่อพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2562 เพื่อขอแก้ไขรายการบัญชีหนี้สินและทรัพย์สินที่เคยยื่นไว้

 

โดยเฉพาะจากความคลาดเคลื่อนและซ้ำซ้อน ในเอกสาร ภ.บ.ท.5 ที่ยื่นเสียภาษีในปี 2549 แต่ "ปารีณา" ได้แจ้ง ป.ป.ช.ซ้ำซ้อนกับเอกสาร ภ.บ.ท.5 ที่ได้ยื่นเสียภาษีในปี 2553 ทำให้จำนวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ไร่ ทั้งที่ที่ดินแปลงมีเนื้อที่รวมประมาณ 691 ไร่เท่านั้น

 

กลายเป็นเผือกร้อนที่ถูกส่งไปถึง "บิ๊กกุ้ย" พล.ต.อ.วัชรพล จะชี้ขาดต่อประเด็นนี้อย่างไร ภายหลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ลงไปตรวจสอบเอกสารทรัพย์สินและการเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ น.ส.ปารีณาเคยยื่นชำระต่อส่วนการคลังของ อบต.รางบัว รวมถึงรายการทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณากรณีแจ้งถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และที่ดินรายการอื่นเพื่อตรวจสอบว่าจะสอดคล้องกับเอกสารที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ 

 

เมื่อที่ดิน "ภ.บ.ท.5" ในพื้นที่คอกเลี้ยงวัวเขาสนฟาร์มไก่ หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่น.ส.ปารีณายื่นขอแก้ไขต่อป.ป.ช. เป็นสิ่งที่ "วรวิทย์ สุขบุญ" เลขาธิการ ป.ป.ช.ชี้ให้เห็นว่า ตามกฎหมายของ ป.ป.ช. ผู้ยื่นสามารถขอแก้ไขได้ แต่จะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพราะการขอแก้ไขตัวเลขที่ผู้ยื่นระบุสามารถขอแก้ไขได้แต่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีเจตนาหรือไม่ จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว จะส่งผ่านมายังเลขาธิการป.ป.ช. ก่อนเสนอเรื่องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา

 

หมายความว่าถึงนาทีนี้ไม่ใช่แค่ "ปารีณา" ยังมีโอกาสรอดอย่างเดียว แต่ยังมี ส.ส.อีกหลายคนที่เข้าข่ายถือครองที่ดินภ.ท.บ.5 สามารถขอใช้สิทธิแก้ไขบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นกับ ป.ป.ช.ได้ (อ่านประกอบ : ลุยสอบเผือกร้อน ภ.บ.ท.5 https://www.nationweekend.com/content/politics/3583)

 

 

 

"เนชั่นสุดสัปดาห์" ไปตรวจสอบข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 พบว่า ในมาตรา 109 วรรคสองเขียนไว้ว่า

 

"... เมื่อปรากฏว่าบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือเอกสารประกอบที่ได้รับมาตามวรรคหนึ่งไม่ครบถ้วน หรือมีข้อมูลคลาดเคลื่อน และไม่มีพฤติการณ์อันเชื่อได้ว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือหนี้สิน ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายแจ้งให้บุคคลดังกล่าวดําเนินการให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกําหนด"

 

"... เมื่อครบกําหนดระยะเวลาตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองแล้ว ถ้าบุคคลดังกล่าวยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ยื่นไม่ครบถ้วนหรือมีข้อมูลคลาดเคลื่อน และมีพฤติการณ์อันเชื่อได้ว่ามีเจตนา ปกปิดทรัพย์สินหรือหน้ีสิน ให้สํานักงานเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดําเนินการตามมาตรา 114 ต่อไป

 

ถ้ากฎหมายมาตรา 109 วรรคสองได้ให้อำนาจ "ผู้ยื่น" ไว้นั้นหมายความว่า ส.ส.ที่มีชื่อครอบครอง "ภ.ท.บ.5" ที่อยู่ระหว่างป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบนอกเหนือจาก น.ส.ปารีณายังมีสิทธิ์เข้าไปแก้ไขบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้เช่นกัน 

 

แต่หากบุคคลดังกล่าวยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ยื่นไม่ครบถ้วนหรือมีข้อมูลคลาดเคลื่อน และมีพฤติการณ์อันเชื่อได้ว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือหน้ีสิน ให้สํานักงานเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการตามมาตรา 114 หากป.ป.ช.มีมติอันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน ให้เสนอเรื่องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัย

 

ขณะที่ "โทษ" ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ที่ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมสภาพแก่ป่าสงวนแห่งชาติ จะมีโทษจำคุก‪ตั้งแต่ 6-15 ปี ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 และ 55 ระบุผู้ใดครอบครองรายสุดท้ายถือเป็นผู้บุกรุกมีโทษ‪ตั้งแต่ 2-15 ปีด้วย

 

 

 

เมื่อกรมป่าไม้เข้าไปตรวจสอบ ฟาร์มไก่ "เขาสนฟาร์ม 2" ของน.ส.ปารีณา พบความผิดรุกพื้นที่ป่าจริง ซึ่งพื้นที่ที่จะดำเนินคดีมีทั้งหมด 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา โดยอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และอยู่ในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา เป็นหลักฐานที่กรมป่าไม้จะแจ้งดำเนินคดีกับ"ปารีณา" ... กระทง 

 

1.ความผิดมาตรา 54 ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต"

 

2.ความผิดตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 "ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต"

 

3.ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน "เข้าไปยึดถือครอบครองก่นสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่"

 

4.ความผิดการกระทำหรือละเว้นกระทำด้วยประการใดโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป ตามมาตรา 97 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

 

การแก้ไชบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ยื่นต่อป.ป.ช.เป็นช่องทางหนึ่ง ที่ "ปารีณา" กำลังแก้ปมถือครองที่ดิน ซึ่งมีผลสวิงไปถึงการรังวัดที่ดินของกรมป่าไม้ในครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ล่อแหลมของ "ปารีณา" ในฐานะหนึ่งกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตรประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น