การเมือง

“บิ๊กตู่” กับสัญญาณอาการเครียด

29 พฤศจิกายน 2019 เวลา 13:43
“บิ๊กตู่” กับสัญญาณอาการเครียด
เปิดอ่าน 2,025

ความเคร่งเครียดของบิ๊กตู่มาจากความกดดันหลายทิศทาง ทั้งกระแสข่าวร้าวลึกของรัฐบาล-สภาล่ม

 

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีสีหน้าเคร่งเครียด ในเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายน ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “THAILAND RUBBER EXPO 2019”

 

โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน

 

ความเคร่งเครียดของ พล.อ.ประยุทธ์ มาจากความกดดันหลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็น กระแสข่าวร้าวของรัฐบาล ภายหลังพรรคภูมิใจไทย ผิดหวังมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ยื้อการแบนสารพิษ ซึ่งทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่พอใจอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ล้ม 2 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณไม่ดีของฝ่ายรัฐบาล

 

ความเคร่งเครียดนี้ ยังส่งผลให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้เวลาพูดบนเวทีเพียง 10 นาที ทั้งที่โดยปกติแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มักจะใช้เวลาในการกล่าวเปิดงานต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที และโดยเฉลี่ยจะพูดประมาณ 30-60 นาที โดยมักจะพูดในเนื้อหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้องาน รวมถึงเศรษฐกิจ การเมือง

 

แต่งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรากำลังประเชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหากันทั้งโลก เพราะไม่เห็นมีประเทศใดบอกว่าประเทศตัวเองเศรษฐกิจดี

 




 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังแวะพูดถึงปัญหาภายในรัฐบาลด้วยว่า ขอให้ช่วยกันรักษาเสถียรภาพของประเทศ “เสถียรภาพของรัฐบาล” ให้ได้โดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นจะแก้ปัญหาต่างๆไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหานั้นต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน จึงขอให้ทุกคนช่วยกันทำความเข้าใจ เพราะเราทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้

 

“ช่วงนี้เป็นช่วงของการสร้างความเข้าใจ สร้างมิตรภาพระหว่างกัน เช่นงานวันนี้ มีคนมาจากหลายกระทรวง เป็นตัวแทนของหลายพรรคการเมือง เรายังมีเสถียรภาพอยู่ทุกอย่าง อย่ากังวลกับรัฐบาล ขอให้ทุกคนได้มั่นใจ เพราะผมในฐานะผู้นำรัฐบาล จะทำทุกอย่างอย่างเต็มที่”

 

 

หลังลงจากเวที พล.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมภายในงาน โดย พล.อ.ประยุทธ์ เรียกให้นายจุรินทร์ นายเฉลิมชัย รวมถึง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มาร่วมงาน มาเดินอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา เพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน โดยภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ปะยุทธ์ ถึงกับทวงสัญญาจากพรรคร่วม หวังแก้ปัญหาสภาล้มว่า

 

"ผมเป็นทหารเก่า เพราะฉะนั้นสัญญาลูกผู้ชาย และความเป็นสุภาพบุรุษสำคัญที่สุด การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริงๆ รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว หรือจะมองอนาคตเฉพาะการเลือกตั้ง ซึ่งก็ยังมาไม่ถึงตอนนี้ ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคง ปัญหาความขัดแย้งของสงครามการค้า แล้วเราจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้เลยหรือ โจมตีกันไปมาไม่เกิดประโยชน์กับใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งกับพรรคการเมืองของตัวเองก็ไม่เกิด และเชื่อว่าประชาชนตัดสินใจได้เองในการเลือกตั้งครั้งหน้า"

 

 


 

กระนั้น ปัญหาสภาล้มก็ยังไม่น่าหนักใจเท่าปัญหาความไม่พึงพอใจของ“พรรคภูมิใจไทย” ที่มีต่อ “พรรคพลังประชารัฐ” หลังจาก “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการแบน 3 สารกำจัดศัตรูพืช ภายใต้การผลักดันของพรรคภูมิใจไทย

 

 

และต้องยอมรับว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานมาแล้วถึง 5 ปี แต่สำหรับการเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งนั้น เพิ่งจะเริ่มต้นได้เพียง 4 เดือน จึงต้องยอมรับว่าการบริหารรัฐบาลจากการเลือกตั้งและการบริหารรัฐบาล คสช.ในอดีตนั้นต่างกัน เพราะรัฐบาลเลือกตั้ง ย่อมมีเสถียรภาพน้อยกว่ารัฐบาลจาการรัฐประหาร ที่ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถคุมทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ ดังนั้น จึงไม่แปลกถ้าความแปรปรวนของรัฐบาลในเวลานี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีอาการเคร่งเครียด



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน