การเมือง

เตือน “เสรีพิศุทธ์” ถ้า “บิ๊กป้อม” เอาคืน สะเทือนกว่า “6.4 ริกเตอร์”

21 พฤศจิกายน 2019 เวลา 16:30 น.
เปิดอ่าน 4380

การออกคำสั่งเชิญของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องระวังเพราะกำลังกระทำขัดต่อกม.โทษจำคุก10ปี

 

“6.4 ริกเตอร์” คือแรงสั่นไหวจากภัยธรรมชาติในประเทศลาว สืบเนื่องจากเพื่อนบ้านเราเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลสั่นสะเทือนมาไกลถึงกรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 

ทว่าแรงสั่นสะเทือนการเมืองไทย กลับสั่นไหวกว่า 6.4 ริกเตอร์ เมื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงอาการหงุดหงิดกับพฤติการณ์ของอดีตนายตำรวจ “สุภาพบุรุษนาแก” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่เล่นเกมการเมืองไม่รู้จักจบรู้จักสิ้น ออกหนังสือเชิญให้ตนและ “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปชี้แจงกรรมาธิการรอบแล้วรอบเล่า

 

“บิ๊กป้อม” โต้ทันควันว่า “ก็จบไปแล้ว เราก็ชี้แจงไปหมดแล้วจะเชิญอะไรอีก และรอบนี้เป็นรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ยังไม่เชิญ”

 

ทั้งนี้ ในการประชุมกรรมาธิการฯ วันที่ 20 พ.ย. “พล.อ.ประยุทธ์” และ “พล.อ.ประวิตร”  มอบหมายให้ “นายประสาน หวังรัตนปราณี” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ส่งหนังสือชี้แจงต่อกรรมาธิการ กระนั้นก็ดูเหมือนว่า ผู้นั่งหัวโต๊ะอย่าง “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” จะยังไม่พอใจ จึงมีโอกาสสูงที่ส่งหนังสือเรียกเป็นรอบที่ 4

 

โดยเกมนี้พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ส่งสอง ส.ส.ตัวจี๊ด คือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.เข้าไปเป็นตัวป่วน หวังกวนประสาท “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

 

 

ขณะที่ “นายประสาน หวังรัตนปราณี” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ต้องหอบเอกสารไปอาคารรัฐสภา เพื่อชี้แจงกรรมาธิการถึง 3 ครั้ง คาดว่าเอกสารคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร คงจะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างน่าจะได้ข้อยุติ

 

เขา ยังเตือน “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ให้ตระหนักถึงการใช้อำนาจประธานกรรมาธิการ โดยต้องไม่เกินขอบเขต มิเช่นนั้น คนที่จะงานเข้า ย่อมจะเป็น “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” เอง

 

เพราะต้องไม่ลืมว่า การเรียกล่าสุดนั้น “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ประกอบ มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554

 

ข้อกฎหมายนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า ได้บัญญัติให้คณะกรรมาธิการมีอำนาจ ”สอบสวน “ ซึ่งเป็นการขัดต่อเอกสารหลักฐานความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ที่อธิบายไว้ ว่าเจตนารมย์แห่งรัฐธรรมนูญ วางหลักการใหม่ให้คณะกรรมาธิการไม่มีอำนาจ”สอบสวน” แต่ให้มีอำนาจเพียง”สอบหาข้อเท็จจริง” เท่านั้น

 

จึงทำให้ พ.ร.บ คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ มาตรา 6 ซึ่งปรากฏให้คณะกรรมาธิการมีอำนาจ”สอบสวน” ขัดต่อความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 129

 

นายประสาน กล่าวว่า การจะออกคำสั่งเชิญผู้ใดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ต้องดูว่าเรื่องที่จะเชิญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯหรือไม่ เพราะกรรมาธิการ มีหน้าที่ศึกษาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ “สอบสวน”  

 

“หาก พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ ยังจะเชิญอีก ต้องระมัดระวัง เพราะในมาตรา 5 พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ในส่วนของ กมธ.เองนั้น มีกฎหมายเขียนบังคับไว้ว่า ถ้าปฏิบัติหน้าที่หรือเชิญผู้ใดโดยมีเจตนาไม่สุจริต จะมีโทษทางอาญารุนแรง จำคุก 1-10 ปี สิ่งที่ พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ ดำเนินการเรื่องนี้มาทั้งหมด ถ้าว่ากันตามกฎหมาย ก็มิชอบโดยกฎหมาย”

 

ประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นที่พรรคพลังประชารัฐ จะเล่นต่อไป โดยก่อนหน้านี้ “นายสิระ เจนจาคะ” ออกมาระบุว่า “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์” อำนาจเกินขอบเขต เพราะออกคำสั่งเรียกโดยใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของกรรมาธิการฯ เพราะในที่ประชุมกรรมาธิการ “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์”  ไม่ได้ขอความเห็นชอบว่าจะใช้กฎหมายดังกล่าว

 

ดังนั้น จึงได้เรียกร้องเปิดคลิปวิดีโอการประชุม ซึ่งจะทำให้รู้ว่า “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์” ใช้อำนาจโดยพลการ