การเมือง

พลิกเส้นทางหน้าใหม่ "หมอวรงค์" จับโกงข้าว 

21 พฤศจิกายน 2019 เวลา 12:07 น.
เปิดอ่าน 6070

ถ้าย้ายมาพรรครวมพลังประชาชาติไทยจริง พรรคจะได้ภาพบุคคลที่ตรวจสอบการทุจริตมาด้วย

 

"ผมได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคแล้ว เมื่อ 19 พ.ย.2562 แต่บนพื้นฐานที่พวกเราเข้าใจกัน ยังรักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และยังถือว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ที่อาจต้องพึ่งพากัน เพื่อประเทศชาติของเรา ผมได้ลาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของพวกเราด้วย ตามวัฒนธรรม ไปลามาไหว้ของคนไทยเราผมตั้งใจแถลงข่าว เหตุผล และเส้นทางต่อไปในอนาคต 23 พ.ย.นี้ครับ"

 

ถ้อยคำจาก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวพร้อมภาพการลานายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ 

 

เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดก่อนที่จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเวลา 10.00 น. วันเสาร์ที่ 23 พ.ย. ท่ามกลางกระแสข่าวถึงทิศทางของนพ.วรงค์ต่อการลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

"เนชั่นสุดสัปดาห์" ได้พูดคุยกับ "นพ.วรงค์" ว่าคอนเฟิร์มเรื่องการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนรายละเอียดทั้งหมดขอให้รอวันแถลงข่าว 23 พ.ย. ส่วนจะเป็นที่ใดจะแจ้งให้ทราบ เพราะอยากจะสื่อสารกับสื่อมวลชนภายหลังเคยโพสต์เฟซบุ๊กมาตลอด แต่ทิศทางของตัวเองมีหลายตัวเลือกแต่จะเป็นอย่างไรขอให้รอวันที่ 23 พ.ย.ดีกว่า 

 

"การแถลงวันนั้นน่าจะมีเซอร์ไพรส์ ภายหลังการตัดสินใจลาออกได้ผ่านการคิดมานานหลายเดือนแล้ว แต่เพิ่งได้บทสรุป โดยได้ลานายชวนไปแล้ว พร้อมบอกว่า ยังเคารพยังรักกันเหมือนเดิมไม่มีปัญหา"

 

นอกจากในวันเสาร์ที่ 23 พ.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นพ.วรงค์ นัดสื่อมวลชนแถลงข่าว ยังมีความเคลื่อนไหวจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) เตรียมเรียกหารือกับแกนนำพรรครปช.เพื่อกำหนดทิศทางการเมืองของพรรคใหม่อีกครั้ง ที่อาคารทู แปซิฟิคเพลส สุขุมวิท เพื่อหารือถึงการเดินหน้าใยนโยบายของพรรค รปช.ต่อไป 

 

แหล่งข่าวจากพรรค รปช.เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรครปช.มีกระทรวงแรงงานช่วยขับเคลื่อน แต่การวางยุทธศาสตร์ของพรรคใหม่ต้องปรับโครงสร้างของพรรคต้องเดินหน้าไปพร้อมด้วย โดยมีทั้งทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์ เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายของพรรคให้ชัดเจน โดยเฉพาะต้องมีบุคคลที่เป็นแกนนำของพรรค 

 

"เนชั่นสุดสัปดาห์" ถามถึงเส้นทางการเมืองทางการเมืองของ นพ.วรงค์ภายหลังออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ จะย้ายเข้าสู่พรรครวมพลังประชาชาติไทยหรือไม่ แหล่งข่าวรายนี้ยอมรับว่า "มีความเป็นไปได้" 

 

"ส่วนการปรับโฉมของพรรครปช.นั้น หากมองไปถึงภาพของหมอวรงค์ถ้าย้ายมาพรรครวมพลังประชาชาติไทยจริง พรรคจะได้ภาพบุคคลผู้ที่ตรวจสอบการทุจริตมาด้วย ส่วนการลาออกของหมอวรงค์คงมาจากความรู้สึกที่มีต่อโครงสร้างพรรคและผู้มีบารมีในพรรค" แหล่งข่าว ระบุ 

 

 

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปัตย์กับ "หมอวรงค์" ก่อนหน้านี้ พบว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2562 นพ.วรงค์เคยออกมาปฏิเสธร่วมเป็นหนึ่งในกรรมการนโยบายของพรรคทีม "ดิ อเวนเจอร์" ในยุคนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้โพสต์เฟสบุ๊คเป็นจดหมายไม่ขอรับตำแหน่ง ใจความว่า

 

"ผมได้รับการประสานจากท่านจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่กรรมการนโยบายพรรค ผมได้พิจารณาแล้วว่าผมได้ทำหน้าที่กรรมการและรองประธานกรรมการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานเกินกว่า 5 ปี คิดว่าควรจะเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ท่านอื่นได้มาทำหน้าที่แทนบ้าง จึงได้ทำหนังสือขอไม่รับตำแหน่งส่งไปแล้วครับ"

 

‪สำหรับประวัติ‬เส้นทางการเมืองของ น.พวรงค์ ภายหลังมีตำแหน่งทางการแพทย์ครั้งสุดท้าย ที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก "หมอโก๋" ได้ลาออกจากราชการ เพื่อลงเล่นการเมืองโดยแรกเริ่มอยู่ในสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่ได้ลาออกเมื่อพรรคเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร ส.ส.จึงย้ายไปอยู่ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์แทน และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.พิษณุโลก ในการเลือกตั้งปี 2548 2550 และ 2554 

 

ที่ผ่านมาถือว่าน.พ.วรงค์ มีบทบาทในการจรวจสอบนโยบาย "จำนำข้าว" ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนเคยได้รับฉายา "หมอข้าว" และเคยออกหนังสือ "มหากาพย์โกงข้าว" ชำแหละโกงจำนำข้าวทุกขั้นตอน เมื่อปี 2557 

 

จาก "หมอข้าว" แห่งประชาธิปัตย์จนถึงวันสุดท้ายของการเป็นสมาชิกพรรค จากนี้เส้นทางสายใหม่ของ "หมอวรงค์" จะเป็นอย่างไรกำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่ช้า