การเมือง

6 เดือน “ธนาธร” เคลื่อนไหวนอกสภา รบ.สะเทือนแค่ไหน

18 พฤศจิกายน 2019 เวลา 13:22 น.
เปิดอ่าน 1168

เกมนอกสภาของ"ธนาธร" สะเทือนรัฐบาลมากที่สุด คือ การเดินสายไปต่างประเทศพบผู้แทนอียู

 

คอการเมืองทั้งแผ่นดินลุ้นกันว่า 20 พฤศจิกายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไรกับคดีการถือหุ้นสื่อมวลชน "บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด" ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งหลายคนมองว่าจะเป็นจิ๊กซอว์ที่อาจสะเทือนถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ ในลำดับต่อไป

 

ผลจากการถูกตรวจสอบการถือหุ้นสื่อทำให้ "นายธนาธร" เป็น ส.ส.ที่มีโอกาสเข้าไปนั่งในห้องประชุมสภาผู้แทนราฏษรเพียงครั้งเดียว ในตอนที่มีการเปิดประชุมสภา เพื่อโหวตเลือกประธานฯ วันที่ 25 พฤศภาคม 2562 ซึ่งเป็นการเข้าไปกล่าวคำปฏิญาณตนแล้วถูกเชิญออกนอกห้องประชุม ทำให้ "ตี๋เอก" ต้อง "ชูสามนิ้ว" อันเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านเผด็จการ ก่อนเดินออกมา

 

แฟนคลับพรรคสีส้มมองว่า นี่คือการกลั่นแกล้งทางการเมือง สะกัด "หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่" ออกนอกสภา เพราะคนอย่าง "นายธนาธร" ซึ่งมีพลังในการปลุกระดมสูง ย่อมจะใช้สภาเป็นพื้นที่สร้างแนวร่วมได้อย่างไม่ลำบากยากเย็น ดังนั้น การปิดทางเข้าสภาของนายธนาธร จึงเหมือนการตัดไฟแต่ต้นลม

 

พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ทำงานได้ราบรื่นขึ้นในระดับหนึ่ง เมื่อไม่มี "หัวหน้าพรรคนาคตใหม่" ในสภา เพราะลำพัง "นายปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ค่อยมีแอคชั่นทางการเมืองมากนัก หากจะพูดเท่าที่จำเป็น โดยต้องพึ่งข้อมูลและมีหลักการรองรับ ต่างจาก "นายธนาธร" ที่มักใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวนำ

 

แต่ "นายปิยบุตร" ก็สร้างแรงสะเทือนต่อรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นจากการเปิดปมการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องให้ฝ่ายค้านเล่นงานรัฐบาลเสียยกใหญ่ จนนำไปสู่การเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อวันที่ 18 กันยายน

 

 

 

ในสภา พรรคฝ่ายรัฐบาลยังเจอกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่สร้างชื่อจากความสามารถของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ , น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง น.ส.พรรณิการ์ พานิช หรือ ช่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนมีฝีปากกล้าในการอภิปราย และได้ทำการบ้านในเรื่องต่างๆมาเป็นอย่างดี

 

ภายหลังอดเข้าสภา "นายธนาธร" เลือกเดินเกมนอกสภา โดยได้เดินสายพบปะ พูดคุยหาแนวร่วมทั่วประเทศ เขานำพลพรรคอนาคตใหม่ รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนในนาม 7 พรรคฝ่ายค้านเสียอีก โดยแรงขับเคลื่อนในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ เพิ่มความชอบธรรมในการเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลาต่อมา

 

เกมนอกสภาของ"นายธนาธร" ที่สะเทือนถึงรัฐบาลมากที่สุด คือการเดินสายไปต่างประเทศ เพื่อเข้าพบผู้แทนของสหภาพยุโรปหรือ อียู โดยมีการหารือเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การมาตรการยกระดับการทำประมง ไปจนถึงกระบวนการประชาธิปไตย

 

นายธนาธร เหน็บแนมรัฐบาลว่า เราปรารถนาที่จะเห็นความก้าวหน้าของประเทศไทย เรายืนยันความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยและระบบรัฐสภามาโดยตลอด ความน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือของรัฐบาล ย่อมเกิดแต่เนื้อในและการเลือกตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งบริหาร

 

นั่นทำให้ "พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค" อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาเตือนว่า น่าเป็นห่วงผลพวงที่จะเกิดขึ้นจากการเดินสายครั้งนี้ ว่าจะส่งผลลบต่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ แม้จะอ้างว่าไปแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจการเมืองโลก และแสวงหาความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (อียู)

 

ผลจากการเดินสายครั้งนั้น ทำให้ "นายธนาธร" ถูกวิจารณ์ว่า "ขายชาติ" ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดไว้หลายโอกาสว่า ไม่สมควรอย่างยิ่งที่คนไทย จะประจานประเทศตัวเองให้ต่างชาติฟัง

 

 

 

การเดินสายของ "นายธนาธร" สร้างความหงุดหงิดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ พอสมควร โดย "บิ๊กตู่" มักหลุดพูดถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า การจะเปลี่ยนแปลงไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม จะต้องมีระยะเวลา ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ทันที นอกจากนี้ เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโดยโล๊ะสิ่งเดิมๆออกไปทั้งหมดได้

 

"ดังนั้น ขออย่าไปเชื่อคนที่บอกว่าจะโล๊ะสิ่งเดิมๆอีกทุกอย่าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์ มักกล่าวโดยอ้อม แต่หมายถึงพรรคอนาคตใหม่ เช่นว่า ไม่อยากให้ประชาชนหลงเชื่อสิ่งยั่วยุจากโลกออนไลน์โดยไม่หาข้อมูลประกอบ ซึ่งสอดคล้องกับพรรคอนาคตใหม่ ที่ใช้สื่อออนไลน์ในการโฆษกประชาสัมพันธ์เป็นหลัก

 

นอกจากการเดินสายของ "นายธนาธร"  ทางรัฐบาลยังจับตาดูความเคลื่อนไหวอื่นๆของพรรคอนาคตใหม่ เช่นการจัดกิจกรรมระดมทุน การใช้สื่อโซเชียลมีเดียโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งเหล่านี้มีผลอย่างยิ่งต่อการสร้างความรับรู้ของประชาชน เพราะเมื่อ "นายธนาธร" และพรรคอนาคตใหม่ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดรัฐบาล ผู้สนับสนุนย่อมจะไม่ชอบรัฐบาลตามไปด้วย

 

จะเห็นว่าแม้นายธนาธร ไม่ได้อยู่ในสภา แต่ยังสามารถเล่นเกมนอกสภาได้ แต่การที่ "นายธนาธร" หมดสิทธิ์เข้าสภานี้ ย่อมส่งผลดีต่อฝ่ายรัฐบาลมากกว่าอยู่ในสภา เพราะหากอยู่ในสภาด้วยและเล่นเกมนอกสภาด้วย นั่นจะเท่ากับการเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทาง